Thursday, October 8, 2009

ขโมยเข้าบ้าน

เมื่อสัปดาห์ก่อนลืมกุญแจไว้หน้าประตูห้องประมาณ 3 ทุ่ม
ออกมาดูอีกทีหายไปแล้ว -_-a
ในพวงกุญแจมีกูญแจประตูดอกนึง กับกุญแจไขแม่กุญแจอีกดอกนึง

แม่กุญแจอันเก่าที่ลูกมันหายไป


เราก็เลยเปลี่ยนตัวแม่กุญแจใหม่ แต่หาได้แค่แบบไขดีด
เลยฝากพี่คนไทย ที่จะกลับไทยซื้อให้ใหม่จะได้สัปดาห์หน้า

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กลับมาบ้านตอนเที่ยง เพราะปวดอึ
เข้าบ้านได้ก็จัดส้วมไปก่อน พร้อมกับเอาแม่กุญแจมานั่งดูระหว่างทำกิจกรรมไปด้วย
ทำไมมันพังวะ ลักษณะแบบโดนทุบจนหลุด ก็ยังไม่เอะใจ
จนออกมาถึงได้รู้ว่า งานเข้าแล้วกรุ

ของที่หายไป
1. ธนบัตร 500 รูปี 1 ใบ
2. เหรียญ 1,2,5 รูปี รวมประมาณ 200 รูปี
3. flash-drive ที่ระลึกตอนทำงานอยู่ IBM 1 อัน
4. ไฟแช็คแบบใช้ gas 1 อัน แต่แม่งไม่เอาที่เติม gas ไปด้วย
5. ถุงมือ fitness เพิ่งซื้อเลย 350 รูปี ใช้ไปครั้งเดียวเอง แถมมีคนซื้อให้ด้วยอ่ะ เจ็บใจอันเนี้ยสุดๆ

ด้านหลังมือ


ด้านฝ่ามือ


ของที่เกือบหาย
1. เงินบาทในตู้ 1500 บาท
2. เงินค่าเช่าบ้าน 8000 รูปี (น้องฝากไว้)
3. laptop (โดนถอดสายไฟ สาย internet mouse เรียบร้อย พร้อมหิ้วเลย)
--> เงินในตู้ไม่หายเพราะ มันหากุญแจลิ้นชักเก็บเงินไม่เจอ จริงๆกุญแจก็อยู่ในตู้เดียวกันนั่นล่ะ วางไว้ใต้ถุงพลาสติกเปล่าๆที่ได้มาจากตอนไปซื้อเสื้อผ้า มันเจอแต่กุญแจของลิ้นชักอื่นๆ

<-- สรุปฟาดเคราะห์ฉลองเบญจเพสไป ประมาณ 1200 รูปี = 840 บาท ผู้ต้องสงสัย
--แขกทุกคนในตึก เพราะเวลาที่กุญแจหายไม่มีคนนอก นอกไปจากคนในตึก
--โดยเฉพาะ แขกคนหนึ่งซึ่งวันเกิดเหตุมันอยู่บ้านคนเดียว

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. อย่าประมาท ขี้หลงขี้ลืม
2. ไม่ควรรับฝากของคนอื่น เช่น เงิน เพราะของเราหายไม่เท่าไหร่ ของเค้าหายซวยหนัก
3. พึงระวังให้มากกว่าปรกติอย่างน้อย 3 เท่าเมื่ออยู่ต่างประเทศ
4. จงกลับมา "ขี้" ที่บ้าน ha ha ha

ปล. 100 รูปี = 70 บาท, 100 บาท = 140 รูปี -->เช็คค่าเงินปัจจุบัน

Quat - ขอเป็นเธออีกครั้ง

แค่เพียงหลับตาครั้งใด
ใจยังจดจำ ฮืม...
วันที่เราพบเจอกัน
ฉันยังไม่อาจลืม

* ห่างไกลยังรู้สึกว่าเธอ
อยู่ในลมหายใจกับฉัน
คล้ายว่ามีกัน ดั่งวันนั้น
หรือว่าฉันฝันไป

** ฮืม... ไอรักละมุน
ยังอบอุ่นอยู่รอบกาย
ผ่านนานสักเท่าไร
นั้นยังคงเป็นเธอเสมอ

*** ค่ำคืนที่แสนเดียวดาย
ฉันยังคงส่งใจไปหาเธอ
และฉันยังเฝ้ารอคอย
เพื่อให้มีวันได้พบเจอ
ขอเป็นเธอ...
อีกครั้ง
จะนานอีกนานเท่าไร ฉันเองก็ไม่รู้
ใจก็ยังเฝ้าคอยอยู่ ถึงวันที่ได้พบ
(ซ้ำ *, **, ***)
(ซ้ำ **)

ขอเป็นเธอ....ฮืม อีกครั้ง

Get this widget | Track details | eSnips Social DNA

Monday, September 14, 2009

7 วัน 34 ชั่วโมง กับ Yes!+ : จบ(เหอะ)

ความเดิม
7 วัน 34 ชั่วโมง กับ Yes!+ : เท้าความ และ 7 วัน 34 ชั่วโมง กับ Yes!+ : รวบยอด


ว่าต่อ

หลังจากจบคอร์ส วันอาทิตย์ (06/09/09) ผมก็ต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง เพื่อไปสอบวัดผล หรือที่พวกเค้าเรียกว่า "Upgrade"
เช้าวันอาทิตย์สำหรับผมเวลา 6 โมงครึ่ง สำหรับผมและใครหลายคน คงเรียกได้ว่าเป็นเวลาที่โคตรจะสุขสุดๆ กำลังหลับสนิท เงียบ และวันนั้นฝนตกพรำๆด้วย โอ้ววว
ผมขี่ไอ้เจ้า Bajaj เพื่อน(start)ยาก คันเก่งไปรับสาวคนเดิมที่ไปกลับด้วยทุกวัน..... แม่สาวคนนี้ เธอไม่เบาทีเดียวครับ น่าจะราว 90++ ได้ เล่นเอาผมปวดแขนเวลาขี่รถใช้ได้เลยล่ะ
ก่อนไปถึงบ้านสาว แวะจิบชาซะหน่อย ก็มันหนาวชิบ ซัดไป 2 แก้ว อุ่นขึ้นหน่อย รับเสร็จไปถึงที่หมายก่อนเวลา ประมาณ 10 นาทีได้(เริ่ม 7 โมง)

เหมือนเคย เริ่มต้นด้วยยืดเส้นสาย และตามด้วยโยคะ ใ้ช้เวลาไปประมาณ 2 ชั่วโมงได้ ตอนนี้ร้อนตับแลบครับ จะไม่ร้อนได้ไง ก็ใส่เสื้อผ้าร่มทำโยคะ(ตอนแรกมันหนาวอ่ะ) จริงๆมันเริ่มร้อนตั้งแต่ท่าไหว้พระอาทิตย์รอบที่ 3 แล้ว แต่ติดพันเลยไม่ได้ถอด

จบกระบวนการ ก็มีอาจารย์มานั่งคุยด้วยซักพัก แล้วก็บังเอิญเป็นวันเกิดอาจารย์พอดี เลยโดนฉลองกันไป เค้กเต็มหน้า เบ็ดเสร็จ ขณะนี้เกือบ 10 โมง

ต่อด้วยการแสดงของแต่ละกลุ่ม ที่ใช้สิ่งที่เรียนมา สอดแทรกไปกับการแสดงให้ได้ ก็มีทั้งกลุ่มที่ผลัดกันบรรยายปากเปล่า และแสดงเป็นละคร จบ ตอนนี้ 10 ครึ่งครับ


เข้าสู่เวลาที่ตูรอคอย(ด้วยความหวั่นใจ) กิจกรรมนี้คือ นับตั้งแต่นี้ 10.30 AM ไปจนถึง 2.30 PM
  • ห้ามกินอะไรเลย น้ำก็ห้าม
  • ห้ามใช้โทรศัพท์
  • ห้ามติดต่อเพื่อนๆ หรือทางบ้าน
  • ยิ้มตลอดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
  • ทุ่มเต็มที่ 100%
  • กลับมาเจอกันที่เดิม 2.30
ให้รวมเงินคนในกลุ่มให้ได้ 50 แล้วออกไปข้างนอก ทำให้เงินเพิ่มมาอีก 150 ให้ได้ โดย
  • ห้ามขอ
  • ห้ามยืม
  • ห้ามขโมย
  • ห้ามพนัน
กลุ่มข้าพเจ้า ได้คำแนะนำจากรุ่นพี่(ชาย)ท่านนึง นามว่า "เมถุน" (ชื่อนี้จริงๆ)(กรุณาอ่านออกสำเนียงใต้ = เมทุ้น) ว่าให้ไปหางานจากตามบ้าน แลกกับเงิน
กลุ่มผมนำโดย หัวหน้าทีมหญิง ลูกทีมหญิง 2 คน และผม รวม 4 ชีวิต เดินต๊อกๆไปตามบ้าน

บ้านที่ 1
หัวหน้าทีม : เปิด
ลูกทีมหญิง 2 คน : ตาม
ผม : ยืนยิ้ม

บ้านที่ 2
หัวหน้าทีม : เปิด
ลูกทีมหญิง 2 คน : ตาม
ผม : ยืนยิ้ม

บ้านที่ 3
หัวหน้าทีม : เปิด
ลูกทีมหญิง 2 คน : ตาม
ผม : ยืนยิ้ม

บ้านที่ xxx
หัวหน้าทีม : เปิด
ลูกทีมหญิง 2 คน : ตาม
ผม : ยืนยิ้ม
.
.
.
.
.
ก็ตูพูดฮินดีก็ไม่ได้ คานาดาก็ไม่ได้ ก็ยิ้มให้กำลังใจเพื่อนเดะ

ไปเจอร้านอาหารกล่อมลุงสำเร็จ ทำความสะอาดร้านไป เก็บโต๊ะ เก็บของ ได้มา 100 รูปี โอ้วววว ลุงแกช่างใจดี พวกเราขอบคุณแล้ว ขอบคุณอีก

เจอบ้านผู้มีอันจะกิน(รวยมากๆสำหรับแขก) เห็นว่าเป็นบ้าน Minister เจอเมียแกครับ เพื่อนๆจัดไป ตูยืนยิ้ม ไม่รู้คุยกันอีท่าไหน เมียแก ให้คนรถขับรถพาเรา 4 คนไปโรงงานแกซะงั้น เป็นโรงงานซัก อบ รีดผ้า สำหรับโรงแรมโดยเฉพาะ เรา 4 คนโดนแยกไปทำงานคนละอย่าง
  • งานแรก : แยกใบเสร็จส่งผ้าซัก จากกองใบเสร็จขนาด 1 คนโอบ(เกือบไม่มิด) จัดลงแฟ้ม แยกตามชื่อโรงแรม และเรียงวันที่ --> เพื่อนหันมามองหน้าผมอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย แล้วส่งสายตาบอกว่า "จัดไป"
  • งานสอง : กรอกสมุดบัญชี จากใบเสร็จ อีกชุดนึง ซึ่งเป็นของวันนี้เท่านั้น ลงรายการแยกตามชื่อโรงแรม ประเภทของผ้า
  • งานสาม : จัดเสื้อผ้าที่รีดเสร็จแล้วขึ้นแขวนราว โดยจับคู่เสื้อและกางเกงให้ถูก จะมีหมายเลขเขียนหรือเย็บติดไว้ที่ด้านในเสื้อผ้า
  • งานสี่ : รีดผ้า.....ด้วยเตารีดไอน้ำของโรงงาน ที่มีแรงดันไอน้ำมากกว่า ของที่ใช้ตามบ้านประมาณ 2-3 เท่าได้ โอ้ววววว
ใช้เวลาไปร่วม 2 ชั่วโมงที่โรงงานนี้ได้เงินมา 250 รูปี แน่ะ

หลังจากนั้นก็ได้ไปล้างรถ(เช็ดมากกว่า) ดายหญ้า เก็บขยะ(เข่งใหญ่ๆ) ล้างสระ ได้มา 200 รูปี ณ บ้านคนรวยอีกหลังหนึ่ง


กลับไปรวมพลที่นัดหมาย ท่ามกลางสายฝน(รอบที่ 2) สรุปเงินที่หาได้ เล่ารายละเอียด รุ่นพี่เป็นคนสรุปข้อคิดและผลจากกิจกรรมนี้ให้ฟัง อันมีใจความสำคัญว่า
  • ปัญหาต่างๆอาจเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ และเต็มไปด้้วยเงื่อนไขมากมาย ไม่ว่าเราจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม แต่จงทำตัวและใจให้พร้อมรับ ยิ้มสู้ และใช้ปัญญาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ไปพร้อมกับเพื่อน หนักก็จะเป็นเบา และแก้ได้เอง
หลังจากนั้นก็กินข้าวด้วยกัน แบบหมดแรง และหิวโซ ผมกินไม่ลงเพราะเลยเวลาไปมากแล้ว บ่าย 3 แล้วครับตอนนี้ ผมจึงดื่มแต่น้ำเปล่าเท่านั้น ฝนตกลงมาอีกครั้ง คราวนี้หนักสุด(ครั้งที่ 3 แล้ววันนี้) กะจะไม่ให้กลับบ้านหรือไงเนี่ย

ผมกับเพื่อนผู้ชายช่วยเก็บโต๊ะเข้าห้องตามปรกติ ขณะเดียวกัน แม่สาวที่ผมต้องไปส่งก็ยืนส่งเสียงเร่งผมยิกๆ ว่าจะกลับบ้าน โดยที่ฝนก็ยังคงตกอยู่ แต่เบาลงแล้ว ปรกติ she ก็แบบนี้ทุกวัน เลิกเป็นชิ่ง เร่งผมยิกๆ ไม่ได้อย่างใจก็หายไปรอชั้นล่างนั่งฟังเพลงสบายใจ ไม่ช่วยงานใคร

ผมก็รีบช่วยงานให้เสร็จ แล้วไปส่งเธอ เพราะเข้าใจว่าเธอรีบจริง สามีและลูกคงจะรออยู่ที่บ้าน แต่ที่ไหนได้ ขี่รถยังไม่ถึงไหนเธอก็บอกให้แวะซื้อขนม ดูผ้า ซื้อกระดาษวาดเขียนไปทำงานส่งที่ college, etc. เป็นอย่างนี้ทุกวัน ขนมก็หมดตั้งแต่ร้านที่ 2 ที่แวะ และพอถึงหน้าตึก ก็ไม่เข้าบ้าน แวะบ้านเพื่อนข้างไปคุยต่ออีกนาน

ผมไม่ได้สอดรู้นะครับ แต่มีอยู่วันนึง เค้าบอกให้ผมรอก่อน(4 ทุ่มกว่า) ขอแวะคุยกับเพื่อนเดี๋ยวนึง กว่าจะออกมาได้ก็เกือบ 5 ทุ่ม แล้วก็บอกผมว่า พรุ่งนี้ เวลาเดิมนะ Good Night ........................ เจองี้ ปวดตับเลย พูดไม่ออก


ไม่เข้าใจว่าทำไม่แขกถึงมีนิสัยชอบให้คนอื่นรอนัก สัญญามักไม่ไม่สัญญา เช่น บอกว่าจะมาวันนี้ มันมาอีก 4 วันให้หลัง บอกว่าให้รอ 2 นาที = รอ 10 นาที บอกให้มาอีกทีตอนบ่าย = มาพรุ่งนี้ใหม่ เจ้าของร้านของชำขายของให้ลูกค้าแบบพร้อมๆกัน มาก่อนมาหลังไม่เกี่ยว มาหลังเสร็จก่อน มาก่อนเสร็จหลัง บ่อยไป ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของของที่จะซื้อ และอีกหลายๆอย่าง เยอะมาก เอาเป็นว่า คนไทยที่จะมาอยู่อินเดียแบบใช้ชีวิตอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่มาเที่ยว คงจะเกิดอาการ Culture Shock เหมือนกันหมด ผมชินแล้วครับ เรื่องแบบนี้ อยู่มาปีกว่า เกือบปีครึ่ง มันสอนอะไรได้หลายอย่าง ใครปล่อยวางไม่ได้ ก็หาความสุขไม่ได้ ใครปรับตัวไม่ได้ ก็อยู่ไม่ได้(กลับไทยกันไปเยอะแล้วครับ) มองคนให้มองอย่างเปิดใจ และใช้สติ ทุกคนล้วนมีขาวมีดำในตัวเองทั้งนั้น อยู่ที่เราจะเลือกมองเค้าแบบไหน


นอกเรื่องไปไกล กลับมาต่อ สรุปประกาศนียบัตรยังไม่ได้ต้องไปวันอาทิตย์หน้า(13/09/09)อีกรอบ ขอเล่าเลยแล้วกัน ผมไม่ได้ไป ผมติดเรียน อาจารย์นัดเพิ่ม และถึงไม่มีเรียนผมก็ไม่ไปแล้ว ผมเหนื่อย และมันเอาเวลาที่ผมสามารถทำอะไรที่เกิดประโยชน์ได้มากกว่านั้น 7 โมงเช้า ถึง บ่าย 3 โมง มากเกินไป มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ผมมาอินเดียก็เพื่อเรียน ผมไม่ได้บอกว่ากิจกรรมไม่ดี แต่หน้าที่หลักก็ต้องมาก่อน สรุปอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมอยู่บ้านซักผ้า ทำโปรเจ็ค อ่านหนังสือ โทรคุยกับพ่อแม่

สรุป(อีกที)
  • กิจกรรมดี แต่เปลืองเวลามาก และแขกเป็นพวกไม่รักษาเวลาอย่างที่สุด อันนี้ผมไม่ชอบ
  • โยคะดี แต่หลังจากที่คุณทำเป็นแล้ว ฝึกต่อที่บ้านก็ได้ครับ เว้นแต่อยากฝึกขั้นที่ยากขึ้น
  • เรื่องหลายเรื่อง เรารู้ดีอยู่แล้ว อะไรดี อะไรไม่ดี ถึงไม่มีกิจกรรมนี้ ถ้าคุณเตือนตัวเองเสมอๆ ก็ไม่ต้องให้ใครมาบอกหรอกครับ กิจกรรมนี้เป็นแค่ตัวกระตุ้นเท่านั้น ดีชั่ว อยู่ที่ตัวทำครับ
วันนี้บ่นมากเหลือเกิน ขอจบห้วนๆเลยละกัน

ปล. เขียนไว้ตั้งแต่ 14/09/09 เพิ่งจะมาโพสเอา 07/10/09 ดองซะเ่่น่า

Monday, September 7, 2009

7 วัน 34 ชั่วโมง กับ Yes!+ : รวบยอด

ความเดิมตอนที่แล้ว เกริ่นไว้ถึงไหนจำไม่ได้ แถมลืมบอกไปอีก link นึง Art Of Living

และนี่คือโฉมหน้าของ Sri Sri Ravi Shankar บุคคลที่เค้าเรียกกันว่า Guruji ผู้คิดค้นและก่อตั้ง Art Of Living


เข้าเรื่องดีกว่า อันที่จริงไอ้วิธีการปฏิบัติภายในชั้นเรียนนี้ เป็นความลับทางราชการขั้นสูง ไม่สามารถเผยแพร่ได้ เพราะไอ้คนจัดมันกลัวว่า ใครรู้แล้วจะไม่ยอมเสียเงินไปเข้าเรียนด้วย แต่ตูจะบอก

เรียนตั้งแต่ 27/08/09 - 02/09/09 เวลา 5pm-9pm(จริงๆแล้ว 10pm เพราะ late)

การเรียนการสอนของเค้า ว่าด้วยเรื่องของศิลปะแห่งการใช้ชีวิต(ตามชื่อเลย) กิจกรรมที่ทำเน้นการปฏิบัติให้เกิดความเข้าใจด้วยร่างกาย และให้คำอธิบายถึงเหตุและผลของกิจกรรมนั้นๆ ว่าเพื่ออะไร และได้อะไรบ้าง

วันแรก: พูดคุย นันทนาการแฝงแนวคิด Pranayama และ Sudarshan Kriya
  • ชื่อแปลก 2 ชื่อข้างบนนั่นเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกสมาธิ(Meditation) และโยคะ (อ่านว่า พรา-นา-ยา-มา กับ สุ-ดา-ชาน กริ-ยา) เข้าใจว่าเป็นภาษาสันสกฤต ความหมายอย่ามาถาม ไม่อยากโชว์โง่ 555
  • Pranayama มีทั้งหมด 3 ขั้นด้วยกัน ขั้นแรกกับขั้นสองทำอย่างละ 8 ครั้ง ขั้นสามทำ 6 ครั้ง
วันที่ 2: เพิ่ม Surya namaskar และ So Hum Mantra
  • ท่าแรก ท่าไหว้พระอาทิตย์ครับ(อ่านว่า สุ-ริ-ยา นะ-มัด-สะ-การ์) น่าจะรู้จักกันดี (ฝึก 6 รอบ ขวา+ซ้าย นับเป็น 1 รอบ)
  • ท่าสอง ขอเรียกว่า โซ-ฮัม แล้วกันครับ (มัน-ตรา หมายถึงเสียงที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำอีก) ท่านี้เล่นเอาผมประสาทสัมผัสชาไปหมดทั้งตัว โดยของผมเริ่มชาที่บริเวณดั้งจมูกก่อน แล้วถัดไปที่กลางศีรษะ แล้วก็ลามไปทั้งตัวครับ มือ 2 ข้างหงิกตะคริวกินเหมือน "กรณีหมูแดงขับรถชนรถเมล์" เลยอ่ะ หลังจากได้พักก็หลับเป็นตายครับ (ฝึก6 รอบ)(ช่วงพักมีช่วงนึง ผมหายใจขัด เหมือนจะชัก ประมาณ 5-10 วินาทีได้ นึกว่าจะตายซะแล้ว ไม่รู้คนอื่นเป็นหรือเปล่า แต่อาจารย์บอกว่าเป็นเรื่องปรกติ จะค่อยดีขึ้นเองเมื่อฝึกบ่อยๆ)
ทุกวันหลังจากนี้จะฝึกโยคะเหมือนกันหมด แต่จะเรียนหัวข้อใหม่ทุกวัน โดยที่เค้าจะให้ทำกิจกรรมก่อน แล้วค่อยสอนความรู้ที่ได้จากกิจกรรมตบท้ายทุกกิจกรรม และมีการบ้าน!!!!! ครับผม โอ้ววว

วันที่ 4 พิเศษหน่อย วันนี้วันอาทิตย์ เค้าให้ไปตั้งแต่ 10 โมงเช้า แล้วบ่าย 3 เดินทางไปสถานที่ในเมืองบังกลอร์ชื่อ Ashram


ตอนไปเห็นนึกว่า"วัดธรรมกาย"เปิดสาขาที่อินเดียแล้วซะอีก ลานตรงกลางเป็นที่ที่ Sri Sri Ravi Shankar จะมาพบกับผู้คนที่มารอถามคำถามในวันอาทิตย์ อารมณ์ประมาณ"นายกพบประชาชน"หน่อยๆ

จากที่ครูที่สอนผมเล่า(บรรยายสรรพคุณ)ให้ฟัง เฮียแก เข้าขั้นรอบรู้และเข้าใจทุกสรรพสิ่งทีเดียว คนศรัทธาเยอะมากๆ เฮียแกไปมาแล้วรอบโลก ไม่รู้กี่ประเทศ ไทยก็เคยไปนะ ลองค้นประวัติและดูจากวิดีโอแล้ว พบว่าคล้ายๆกับ มหาตมะคานธี อยู่บางอย่าง คือ พยายามเผยแพร่และสร้างสันติให้เกิดขึ้นกับทุกคนทุกที่

วันนั้นกลับมาถึงบ้านเกือบจะเที่ยงคืนได้ เหนื่อยชิบ เช้าก็ต้องตื่นไปเรียนอีก


อย่างที่บอกว่าทุกวันคล้ายๆกัน ก็เลยจะขอกล่าวถึงการบ้านหน่อย

การบ้านที่ให้มี
  • ให้เขียนชื่อเพื่อนอย่างน้อย 20 คน
  • ทำความดีกับคน 5 คนอะไรก็ได้ แม้แต่ "ชมเชย"
  • ปลูกต้นไม้อย่างน้อย 2 ต้น
  • ทำสิ่งดีๆให้กับพ่อแม่
  • หยุดเพื่อนจากการทำสิ่งไม่ดี 3 คน
  • ขอโทษและทำสิ่งดีๆให้กับคนที่เคยโกรธ เกลียด หรือผิดใจกัน 1 คน(แฟนเก่าก็ได้นะ ถ่านอาจจะคุ)
สรุปความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรม
  • โยคะ การฝึกสมาธิ
  • Listen what someone said, not only what's convenience(อย่าฟังเฉพาะสิ่งที่เราสนใจเท่านั้น อาจพลาดเรื่องสำคัญได้)
  • Happiness is right now, be in a present(อดีตผ่านไปแล้ว อนาคตยังมาไม่ถึง อยู่และมีความสุขกับปัจจุบัน)
  • Opposite values are complementary(คุณค่าของศัตรูหรือข้อเสีย คือทำให้เรารู้จักพัฒนาให้สมบูรณ์)
  • Accept people and situation as they are(ยอมรับคนอื่นและเหตุการณ์ต่างๆอย่างที่มันเป็น และปรับตัวให้ได้)
  • Don't seek intention behind the others' mistake(อย่ามัวแต่เสียเวลาจับผิดคนอื่น ทำตัวเองให้ดี จะดีกว่า)
  • Don't be a football of others' opinion(อย่าให้ความคิดคนอื่นมีผลต่อการกระทำและตัดสินใจของเรานัก)
  • ยังมีอีก แต่ลืม
หลายๆแนวคิดเรารู้อยู่แล้ว แต่ลืมหรือแกล้งทำเป็นลืมไป ไม่ยอมปฏิบัติ อันที่จริงไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนแบบนี้เลย ถ้าเราเตือนตัวเองอยู่เสมอ และทำให้เกิดผลจริงๆ แต่ความเป็นจริง เรากลับทำมันไม่เต็มที่ ไม่เต็ม 100% ทำไปครึ่งๆกลางๆก็เลิก นั่นเพราะมัวแต่หวังผล และแอบคิดว่าอาจเป็นไปไม่ได้ ผลยังไม่ทันเกิดก็ท้อซะก่อนแล้ว

เปลี่ยนซะใหม่ซิครับ ทำด้วยความมั่นใจ ว่าหากเราทำเต็ม 100% แล้วผลลัพธ์ย่อมต้องดีตาม และหากแม้จะไม่ perfect อย่างใจหวังก็จงภูมิใจที่ได้ทุ่มเทกับมันและยอมรับผลที่เกิดขึ้น ชีวิตหลายครั้งมันเหมือนจะยากแต่มันก็เพราะเราทำให้มันยาก เรามีเงื่อนไขที่จะทำหรือไม่ทำอยู่ตลอดเวลา

ตัดสินใจซะแล้วทำมันให้เต็มที่วันนี้ หากมัวแต่ลังเลอยู่ อาจพลาดโอกาสดีๆ หรืออาจจะต้องมาเสียดายที่ วันที่ยังมีแรงไม่ยอมทำ เมื่อวัยล่วงเลยไปถึง 50 แล้ว

สิ่งที่ชอบ
  • วิธีการสอน สอนโดยการปฏิบัติจริง คนทำเกิดความเข้าใจง่าย และยอมรับได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่คำบอกเล่า
  • หลายๆการบ้าน ก่อนทำรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องทำ ก้าวแรกมักรู้สึกยากเสมอ แต่เมื่อทำไปแล้วกลับพบว่า มันไม่ได้ยากอย่างที่เราคิด กลับรู้สึกดีและสบายใจกว่าก่อนมาก เช่นเรื่อง ทำดีกับคนที่โกรธกัน เพื่อนสนิทบางคู่โกรธกันเป็นหลายปี จนต่างฝ่ายต่างลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าโกรธกันเรื่องอะไรก็มี
สิ่งที่ไม่ชอบ
  • เค้าให้ใบสมัครไว้กับนักเรียนคนละ 5 ใบ เพื่อ???
  • เค้าบอกให้แนะนำเพื่อนเกี่ยวกับที่เราเรียนอยู่เนี่ย แต่ห้ามบอกว่าทำอะไรบ้าง ให้เล่าความรู้สึกดีเท่านั้น
  • เค้าย้ำแล้วย้ำอีกเรื่องพาเพื่อมมาร่วมให้ได้ หากเราคุยไม่เก่ง ให้โทรหาเค้า เค้าจะคุยให้เอง
  • เค้าผลาญเวลาผมไปค่อนข้างมาก ให้ไปตรงเวลา ช้าปรับครึ่งชั่วโมงแรก 50 รูปี ครึ่งชั่วโมงถัดมา 50 รูปี เกินกว่านั้นตก หมดสิทธิเข้าเรียนต่อ แต่กลับเลิกช้ากว่าที่กำหนดประมาณ 1 ชั่วโมงทุกวัน อดเล่นเพาะกายไป ร่วม 2 สัปดาห์
  • โรคกระเพาะผมจะถามหา เพราะต้องงดอาหารก่อนเริ่มเรียน 2 ชั่วโมง(อันนี้เป็นเรื่องปรกติของการทำโยคะ ไม่ว่ากัน) และระหว่างเรียนด้วยอีก 4 ชั่วโมง(ความจริง 5 เพราะเลิกช้า) แขกกินมื้อกลางวัน บ่าย 2 กินมื้อเย็น 2-3 ทุ่ม แต่ตูกินมื้อกลางวันตอนเที่ยง มื้อเย็น 6 โมงอ่ะ แถมมื้อดึกประมาณ 4-5 ทุ่มอีก(ก็ตูเล่นเพาะกาย)
  • เค้าให้ใบสมัครไว้กับนักเรียนคนละ 5 ใบ เพื่อ......หา down-line นี่เอง -_-a
  • ตกลงนี่มันลัทธิอะไรซักอย่าง+ธุรกิจขายตรงนี่หว่า

เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะยังมีการสอบเพื่อเอาประกาศนียบัตรอีก โอ้วววว -0-


Credit&Link:
http://www.yesplus.org/
http://www.artofliving.org

รูปภาพจาก Google ล้วนๆ กล้องมือถือตูห่วย

***ท่าฝึกทุกท่า search หาจากชื่อได้เลยครับ***

Friday, August 28, 2009

7 วัน 34 ชั่วโมง กับ Yes!+ : เท้าความ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อนแขกข้างห้อง(ที่มารู้ทีหลังว่าเป็นเก้ง) มาหาที่ห้อง ชวนไปคุยกับคนกลุ่มนึง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากทาง Yes!+ (แต่ไอ้ตอนแรกเราไม่รู้หรอกว่าเค้าคือใคร)

ประเด็นที่เค้าคุยก็มีอยู่ว่า เคยรู้สึกว่าชีวิตเรามันมีอะไรที่มันไม่ได้อย่างใจบ้างมั้ย เราอยากทำอะไรในชีวิตให้มันดีขึ้นบ้างมั้ย อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรในทางที่ดีบ้างหรือเปล่า ฟังๆไปตอนแรกก็งงๆ ว่ามันจะมาไม้ไหนฟะ

***ที่บางกะลอร์มีกลุ่มคนที่ขอเรียกว่า "นักขอรับบริจาค" แวะเวียนมาหาตามบ้านเสมอๆ ไม่ว่าจะขอเสื้อผ้า ขอเงินเข้ามูลนิธิอะไรซักอย่าง(อ่านไม่ออกหรอก มันเขียนด้วยภาษาฮินดี กับ คานาดะ) ขอเงินไปจัดปาร์ตี้(อันนี้จะเป็นเด็กๆ) ขอเงินไปช่วยพิธีไหว้เจ้า อันได้แก่ พระพิฆเนศ เป็นต้น(กรุไม่ได้นับถืออ่ะ) ฯ เราก็ให้ไปตามแต่อารมณ์ ณ ขณะนั้น***

กลับมาเข้าเรื่องต่อ-->
เค้าก็พยายามหว่านล้อมเราเข้าประเด็นเหลือเกิน ไอ้เราก็จับประเด็นไม่ค่อยได้เลยก็แบ่งรับแบ่งสู้ไปก่อน มีอยู่คำถามนึงโดนมากๆ
เค้า: ถามว่าเราเป็นที่เท่าไหร่ของชั้นเรียน
เรา: ก็ตอบไปว่า 1 ใน 10
เค้า: แล้วไม่อยากเป็น 1 ใน 3 หรือ เป็นที่ 1 บ้างเหรอ
เรา: ไม่อ่ะ ขี้เกียจ
เค้า: ...................

สรุปไอ้ที่ว่าโดนอ่ะ โดนเค้าเต็มๆ ใบ้รับประทานไปเลย

คุยไปคุยมาสุดท้ายเราก็ตกลงใจแกมโดนขืนใจเล็กน้อยสมัครไป พร้อมจ่ายเงิน 2000 Rs.(คิดในใจว่าโดนเชือดหมูแล้วกรุ) ที่ตัดสินใจสมัครก็เพราะ แอบหวังเล็กๆว่า มันอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรดีๆขึ้นในชีวิตบ้างก็ได้

สมัครเสร็จ จ่ายเงินเรียบร้อย ก็ยังไม่รู้ว่าพวกเฮียๆ เจ๊ๆ มาจากบริษัทไหนฟะ

เรียนที่อินเดียมาปีกว่า ภาษาไปไม่ถึงไหนเลย เฮ้อ

Tuesday, August 11, 2009

Freeware: Task Schedule

Sleep Moon Xpress ฟรีแวร์ลดโลกร้อนดีๆ

Automatic Commands

สั่งให้ทำงานตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ (คล้ายๆกับ Task Schedule ของ Windows)
  1. ตามวันและเวลาที่กำหนด
  2. ตามความเร็วในการ Download&Upload โดยดูจาก 5 นาทีล่าสุด (เหมาะสำหรับนักดูดบิท)
  3. ตามระดับความดังของเสียงที่กำหนดไว้(Sound Activation Console)
โดยสั่งคำสั่งได้ดังนี้ครับ
  • Shutdown Computer
  • Restart Computer
  • Log off Windows
  • Standby
  • Hibernation
  • Run a specified file: เรียกไฟล์ หรือโปรแกรมที่ต้องการให้ทำงาน(ทดสอบดูก่อนเอาจริงได้)
  • Sound Wake-up alarm: ตั้งปลุก มีเสียงให้เลือกหลักๆ 7 เสียง และยังเลือกไฟเพลง mp3 ได้ด้วย(ทดสอบดูก่อนเอาจริงได้)
  • Display Notification: เตือนเป็น pop-up ข้อความบนหน้าจอ


Sound Activation Console
เราสามารถกำหนดให้โปรแกรมทำงานคำสั่งที่ตั้งไว้ในข้อที่แล้ว โดยความดังของเสียง



โดยก่อนอื่นเราต้องตั้งค่ามาตรฐานให้มันก่อน ดังนี้
  1. หาที่เงียบๆ ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก หรือ จากตัว computer เอง แนะนำปิด volume ไปเลยครับ *** แต่ถึงปิดไปแล้วตัว program จะยังคงรับเสียงจากไมค์ของ laptop ได้ครับ ลองแล้ว (ไม่ใช่ช่องเสียบแจ็คไมค์นะ) ***
  2. กด Start Normalization Process รอซักพัก มันจะจับความดังเสียง ณ ขณะนั้นเป็นค่ามาตรฐาน
  3. ด้านขวาตรง React Only When Sound Level Is Above คือ ตั้งระดับความดังที่จะโปรแกรมทำคำสั่งที่ตั้งไว้ เช่น ผมลองปรบมือจากเตียงนอน มันจับได้เฉลี่ย 40 ผมก็ตั้งไว้ที่ 30 พอปรบมือ คอมก็ปิดเครื่องครับ
  4. Save ค่าที่ตั้งไว้ ตรง Save Sound Sensitivity Setting
Wireless Technologies
สามารถสั่งงานผ่านทาง มือถือได้ด้วย(อันนี้ผมยังไม่ได้ลอง)
  • WTP Mobile Technology
  • BlueActiv Technology


จบซะงั้น

Credit: http://www.reohix.com/sleepmoon.htm

เพิ่มเติมนิดนึง ใช้กับ vista และ 7 ได้ด้วยนะจ้ะ

Thursday, August 6, 2009

ก่อนเปิดเทอม 2 สัปดาห์

เป็นช่วงเวลาแบบ routine ที่หมายถึง ที่ทำเป็นประจำ(กิจวัตร) ในอีกความหมายนึงมันคือ ทำซ้ำๆ ซ้ำซาก วนๆ จำเจ

เช่น ของผม ณ ช่วงนี้

1. ตื่นมาก็กินมื้อเช้า
2. แล้วก็มานั่งจมอยู่กับคอม ดูหนัง อ่าน blog คนอื่น หาข้อมูลทำโปรเจ็ค หัดเขียนโปรแกรม อ่านหนังสือ grammar ภาษาอังกฤษ
3. แล้วก็กินกลางวัน แล้วก็กลับไปทำข้อ 2
4. ถ้าเป็นจันทร์ พุธ ศุกร์ก็ไปเพาะกายที่ยิมส์ตอนเย็นประมาณ 4 โมง หรือไม่เกิน 5 โมง เย็นกว่านั้น ยุงจะโคตรชุม ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง late บ้างนิดๆ
5. กลับมาก็กินเย็น แล้วกลับไปทำข้อ 2
6. บางวันพิเศษหน่อยก็มีโทรคุยกับที่บ้านที่ไทยบ้างผ่านเนตนี่ล่ะ
7. นอน (บางวันอ่านอะไรบนเนตติดพัน หรือดูหนัง series ก็มักจะนอนเกินเที่ยงคืน บ่อยๆ)

แล้วก็วนๆไปแบบนี้ทุกวัน

เพื่อนๆกลับไทยกันหมด ก็เลยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หง่าวๆอยู่บ้่าน วันนึงคำพูดที่ออกจากปากนับคำได้เลย



แต่สิ่งที่ดูน่าเบื่อเหล่านี้ มันก็บอกอะไรกับเราได้หลายอย่างเหมือนกัน

เวลาที่เราว่างมากๆแบบนี้ เราจะรู้สึกเหลือเกินว่า ไม่รู้จะทำอะไรดี จะไปไหนดี ทำนองนี้

แต่ในขณะเดียวกัน เพื่อนที่เมืองไทย ที่ยังทำงานอยู่ในบริษัท มันก็บ่นว่า เมื่อไหร่จะเสาร์อาทิตย์ เมื่อไหร่จะมีวันหยุดยาวๆอีกนะ เฝ้านับวันรอกันไป

บางคนถึงกับอยากลาออกจากบริษัท หางานใหม่(หาง่ายเหลือเกินนะไอ้งานเนี่ย) ทั้งที่หลายคนไม่มีโอกาสจะได้เลือกงาน หลายคนไม่มีแม้แต่งานทำด้วยซ้ำ (มึงคิดได้ยังไงเนี่ยลาออก หางานใหม่)


ลืมอะไรไปหรือเปล่า

เวลาเราก็มีเท่ากันนั่นแหละ แล้วมันก็ผ่านไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะใช้มันทำอะไร ไม่นานก็เป็นวันใหม่ ไม่นานก็เป็นเดือนใหม่ และไม่นานก็เป็นปีใหม่(ที่ใครหลายคนมักชอบบอกว่า ปีหน้าชั้นจะทำอะไรให้ดีขึ้นกว่านี้)

แล้วจะต้องรอให้ถึงตอนนั้นเลยเหรอ ถึงจะเริ่มทำอะไรดีๆได้ ทำไมไม่คิดว่า อีก 10 วินาที ก็เป็นนาทีใหม่ เราจะตั้งใจทำงานให้ดีขึ้น, วันนี้ชั้นจะเอาแต่ใจกับแฟนให้น้อยลง ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยแล้ว หรือวันนี้ชั้นจะทำตัวใหม่ ชั้นจะรีบทำงานให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน แล้วแวะซื้อของกลับไปทำอาหารให้พ่อแม่ทานด้วยกัน


เพราะ

บางครั้งที่เรามัวแต่รอให้ชีวิตมีอะไรดีๆผ่านเข้ามา เพื่อทำให้เรารู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจจะทำอะไรดีๆ แต่บางชีวิตก็อาจจะอยู่รอเราไม่ไหวเหมือนกัน พรุ่งนี้ก็อาจสายเกินไป

Thursday, June 4, 2009

เมื่อเลิกไม่ได้ ก็...

ผมไม่ได้พูดถึงเรื่อง ความรัก
ผมไม่ได้พูดถึงเรื่อง ความใคร่
แต่ผมกำลังพูดถึงเรื่อง ความเลิกใช้ชีวิตอย่างเกินพอดีไม่ได้


เป็นความจริงที่หลายคนปฏิเสธไม่ได้ว่า เรา ใช้ชีวิตโดยปราศจากสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆไม่ได้
ไม่ว่าจะ ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ รถ และอื่นๆ หลายคนอาจไม่ต้องมีบางสิ่งได้ เช่น บางคนก็บอกว่าชั้นไม่ต้องมีรถก็ได้ แต่ไฟฟ้าก็ยังจำเป็นสำหรับเค้าอยู่ดี เอาเป็นว่าต่างคนต่างจำเป็นคนละอย่าง(หรือหลายอย่าง)

สิ่งที่เราใช้ประโยชน์จากมันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อโลกเรา แน่นอนครับ หลายคนคงรู้อยู่แล้ว หลายคนก็เคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง หรือหลายคนก็อาจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมันบ้างก็ตามแต่

ขอเวลาซัก 5 นาที ไม่ดีกว่า 1 นาที
สละเวลามีค่า เล่นเนต เล่นเกมส์ chat หาของฟรีจากเนต หรืออะไรอย่างอื่น
อ่านสิ่งที่ผมกำลังจะบอกซักหน่อย คงไม่ลำบากเกินไปใช่มั้ยครับ


หลายวิธีต่อจากนี้ คุณอาจรู้แล้ว แต่ถ้ายังก็รับไว้พิจารณาด้วยนะครับ

1. สำรองน้ำฝน
ฟังดูโบราณ แต่ช่วยประหยัดน้ำประปาได้เยอะครับ เช่น ใช้รดน้ำต้นไม้ ใช้ล้างรถ ใช้ซักผ้าขี้ริ้ว ใช้ล้างห้องน้ำ จริงอยู่มันไม่ได้สะอาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่กิจกรรมที่ผมว่ามา มันไม่ได้ต้องการความสะอาดเท่าการดื่มกินเข้าไปใช่มั้ยครับ

2. จ่ายตลาด/shopping ด้วยถุงผ้า
ประเทศอินเดียที่ผมมาเรียนอยู่ต้อนนี้ เป็นประเทศที่อะไรหลายอย่างยังล้าหลังกว่าประเทศไทยมาก แต่ในขณะเดียวกัน พวกเค้าก็อยู่กับธรรมชาติมากกว่าเราเยอะมากๆครับ เรื่องถุงผ้าจ่ายตลาดที่ไทยพึ่งจะมาฮิตกันไม่นานมาก แต่ที่นี่เค้าใช้กันมาตลอดครับ ไม่ว่าจะหญิง ชาย ทันสมัยกว่าเราอีกนะครับเนี่ย

3. ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นแบบแสงอาทิตย์
ในเมื่อยังคงต้องใช้ ก็ทำให้มันประหยัดพลังงานซะหน่อยเป็นไง ที่อินเดีย(อีกแล้ว)เค้าติดตั้งกันบนหลังคาหรือดาดฟ้าแล้วแต่บ้านครับ ยิ่งพวกหอพักนักศึกษาก็จะเป็นแบบแผงใหญ่ซักหน่อย ในไทยก็เห็นมีหลายบริษัททำแล้วนะครับ รวมไปถึงของ กฟผ ด้วย แต่ราคาโดยรวมยังคงแพงอยู่ซักหน่อย แต่ติดตั้งครั้งเดียวก็ช่วยประหยัดไฟไปได้เยอะเลยล่ะ (ไอ้เครื่องทำน้ำอุ่นนี่ใช้ไฟฟ้ามากอันดับต้นๆเลยนะครับ)

4. เปลี่ยนเป็นเครื่องซักผ้าฝาหน้า
เครื่องซักผ้าแบบฝาบน(top-loading) ใช้น้ำมากกว่าแบบฝาหน้า(front-loading) 40-60% เชียวนะครับ แนะนำให้ซักผ้าให้พอดีกับความจุเครื่อง ใช้ผงซักฟอกให้พอดีไม่มากเกินไป และแช่เสื้อผ้าสกปรกก่อนซักเสมอ

5. ปลูกต้นไม้บริเวณบ้าน
เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับการลักลอบปลูกไม้ไปครั้งนึง แต่คราวนี้ไม่ต้องลักลอบ ก็มันบ้านคุณเองนี่นา นอกจากบ้านจะดูสวยน่าอยู่ ได้ออกซิเจน(O2)เพิ่มขึ้น ยังช่วยลดความร้อนและฝุ่นควันจากภายนอกได้ด้วยนะครับ

6. ใช้ยานพาหนะให้เหมาะสม
สำหรับหนุ่มโสดสาวโสด ไม่จำเป็นต้องขับเก๋งคนหรูไปทำงาน ทั้งที่คุณก็ไม่ได้บรรทุกของอะไรไปมากกว่า laptop หรือ เอกสารเพียงเล็กน้อย รถไฟฟ้าก็ยังมีบริการครับ เว้นแต่คุณอยากจะอวดสาว-หนุ่ม หรือคนอื่นว่าข้ามีรถแพงๆขับ งั้นก็ออกให้มันเช้าหน่อยเด่ะ รถยังไม่ติด อารมณ์ก็ไม่เสีย น้ำมันก็เปลืองน้อยลง(เก็บรถหรูไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายเถอะครับ ประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้อีกเยอะครับ)

รู้กันบ้างหรือเปล่าว่าค่าโดยสารรถเมล์ตอนนี้ราคาเท่าไหร่ อาจจะยากไปเพราะมันนานมาแล้วที่คุณขึ้นมันครั้งสุดท้าย กลับไปใช้ระบบ ขสมก ดูครับ คุณจะได้โอกาสดีๆในชีวิตอีกหลายอย่างเลย เช่น ตื่นเช้าขึ้น หายจากโรคความดันต่ำ(นอน-ตื่นเป็นเวลา) ได้ทานอาหารเช้าบ่อยขึ้น(จำเป็นมากๆ) รู้จักวางแผนชีวิตตัวเองดีขึ้น ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง(เพราะต้องรักษาเวลา) และคุณอาจได้พบเจอหนุ่ม-สาวนิสัยดีห่วงใยโลกเราเหมือนคุณโดยบังเอิญก็ได้ใครจะรู้

ไปดู รดไม้ รถเมล์

7. อย่าเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือบ่อย
เพราะมันจะเป็นการเพิ่มขยะอิเล็กโทรนิคโดยไม่จำเป็นนะสิครับ

8. print เอกสารเท่าที่จำเป็น
ตามบริษัทย่อมมีเครื่อง printer ไว้บริการพนักงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะ ส่งงานลูกค้า ส่งหัวหน้า เตรียมการประชุม print เมลเอาไว้อ่านเองทีหลัง หรือแม้แต่้ print งานส่วนตัว

ไม่ต้องบอกใครหรอกครับ สารภาพกับตัวเองเถอะว่าไอ้อย่างหลังเนี่ยคุณเคยทำบ้างหรือเปล่า บางอย่างมันก็จำเป็น แต่จำเป็นต้อง print แม่งทุกอย่างเลยเหรอครับ

ในแผนกๆนึงผมเชื่อว่าต้องมีอย่างน้อยสักคนที่ชอบเดินไปเดินมา ระหว่างโต๊ะทำงานกับ printer ทำให้คนในแผนกเห็นเหมือนยุ่งมากเสียเหลือเกิน มีเอกสารมากมายที่ต้องอ่าน(จริงๆแม่งว่างสุดเลย ชอบเนียนถือโอกาสคุยระหว่างทางไปด้วย) มันไม่เจ๋งหรอกนา เชื่อเหอะ เจ้านายมันจะเริ่มสงสัยแล้วว่ากรุให้งานมันเยอะไปเปล่าวะ แล้วก็จะเรื่องแอบสังเกตว่าไอ้ที่ print ออกมานั่นน่ะมันอะไรกันแน่

9. กระดาษหน้าที่ 3
คงเคยได้ยินกันมาบ้างกับคำๆนี้ กระดาษเมื่อคุณใช้มันหมดประโยชน์ทั้ง 2 หน้าคุณทำยังไงกับมันครับ ขยำทิ้ง ปั้นเป็นก้อนกลมปาหัวเพื่อน รองเศษขนมที่คุณแอบกินเวลางาน หรือทิ้งลงเครื่องย่อยกระดาษซะ(อันนี้ไม่ว่าถ้าเป็นเอกสารสำคัญ)

แต่ต่อจากนี้ คิดนิดนึงครับ ยังมีผู้พิการทางสายตาที่ต้องการกระดาษเหล่านี้อยู่ เค้าสามารถนำกลับไปใช้ใหม่(reuse)ได้ครับ ไร้ค่าสำหรับคุณ แต่มีค่าสำหรับพวกเค้านะ



อ่านมาถึงตรงนี้คงเกิน 1 นาทีแล้วล่ะ แต่ก็ขอบคุณจากใจที่สละเวลาอ่านนะครับ แสดงว่าคุณก็เป็นอีกคนนึงที่มีจิตใจดี รักธรรมชาติและเพื่อนร่วมโลกอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน อยู่ที่ว่าคุณจะลงมือทำมันเมื่อไหร่เท่านั้น ทำดีไม่ต้องรอให้ใครเห็น ไม่ต้องหวังให้ใครชม แต่ผมก็ชมไปแล้วนะครับ อย่าให้เก้อล่ะ

คุณก็ช่วยโลกได้ด้วยวิธีของคุณได้
มีไอเดียดีๆอะไรแนะนำกันได้ครับ ยินดีรับฟังและปฏิบัติครับ

เล็กๆน้อยๆที่ไม่เล็กน้อย
ตัวอย่างขยะกับเวลาในการย่อยสลายทางธรรมชาติ(Biodegrade)

เปลือกกล้วย(1 ผล) : 3-4 สัปดาห์
ถุงกระดาษ(1 ถุง) : 1 เดือน
ผ้าขี้ริ้ว(ทำจากฝ้าย) : 5 เดือน
ถุงเท้าขนสัตว์(1 คู่) : 1 ปี
รองเท้าหนัง(1 คู่) : 40-50 ปี
กระป๋องดีบุก(1 ใบ) : 100 ปี
ถุงพลาสติก(1 ใบ) : 1 พันปี
ถ้วยโฟม(1 ใบ) : ไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง
**ตัวเลขอาจคลาดเคลื่อน แต่ความเลวร้ายไม่ต่างกันเลย**
****ท่องไว้ครับคาถา 3R --> Reduce Reuse Recycle****

ไปดู อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
ไปดู อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่2

credit: link และ บทความดีๆเรื่อง รดไม้ รถเมล์ อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ 1 และ 2 จาก http://www.lonelytrees.net/

Monday, June 1, 2009

SE7EN - With Flower

Ha neul bit na neun nuh leul kkoom kkoo ji
Noon ddeu myun sa la juh ubt ji man
Mae eel geu got sae mae eel geu shi gan
Nae eeb sool ae dah dun geu neu kkim
Oh neul doh nuh wah ma joo chil kkuhya
Nuh ae ga neun gil eun ah ni kka
Ee jae geu man kkoom man kkoo neun
Sang sang eun mum choo go

*kkot cheul deul go suh hwal jjak ooh seu myuh
Noon ee la doh ha yah kae ba la myuh
Uh sek ha ji man go min dwae ji man
Duh ee sang nuh leul hon ja dol soo ga ubt ssuh
Mal hae ya gaet ssuh na uh dduh nyah go
Nuhl man ee joh ah hae wat da go
I can't stand no more... you know my love...
Nae sarang eul jun hae jool kkuh ya

Yuk shi na oh neul doh noh chuh buh lyuht ji
Ah shwee oon nuh ae geu dweet mo seub
Mae eel geu li dun nae koh ae wah dah neun ni hyang gi
Ga seum ee ddwee neun ee so li deul li ni
Wae na neun wae mal ha ji mot hae
Ah leum da oon ni noon sok ae nal dam ah bo go ship uh

Repeat *

Oh neul doh mun juh ah pae suh juh ah pae nuh ae mo seub
Ahn ta kka oon ma eum ae nuhl bool luh you~
Nuhl sarang hae

Na ae ma eun ee nuh ae ma eum ae
Ah leum dab gae seu ma gil ba la myuh
Gi do hal kkuh ya (go baek hal kkuh ya) go baek hal kkuh ya
Mal hae ya gaet ssuh na uh dduh nyah go
Nuhl man ee joh ah hae wat da go
I can't stand no more... you know my love...
Nae sarang eul jun hae jool kkuh ya

[Translated]
Like the light from the sky I dream about you
And when I open my eyes you aren't there
Every time at that place, at that time
That feeling inside my mouth
I'll meet you again today because I know the way you go
I want to stop dreaming now
I want to stop imagining now

*I'm going to hold the flower and smile brightly
And the snow will be blowing about in our faces
It's going to be awkward, it's hard to do
But I can't turn back alone any longer
I have to tell you, ask you what you think of me
Tell you that I liked you since before
I can't stand no more... you know my love...
I'm going to tell you about my love

Again, I lost my chance today
It's too bad seeing your back turned
Your fragrance that reaches my nose,
I grieve for that everyday
Do you hear the sound of my heart beating?
Why, why can't I tell you?
I want to see myself in your beautiful eyes

Repeat *

Today you are in front of me again
My heart is heavy as I call you
I love you

My heart in your heart
I'm going to pray that it'll go on smoothly
I'm going to confess to you
I have to tell you, ask you what you think of me
Tell you that I liked you since before
I can't stand no more... you know my love...
I'm going to tell you about my love

SE7EN - With Flower

Olivia Ong - Lover's Tears (Chinese)

為 什 麼 要 對 你 掉 眼 淚
wei shen me yao dui ni diao yan lei
why must my tears fall for you?
你 難 道 不 明 白 為 了 愛
ni nan dao bu ming bai wei liao ai
do you not understand that it is for love?
只 有 那 有 情 人 眼 淚 最 珍 貴
zhi you na you qin ren yan lei zui zhen gui
only the tears of that lover are the most precious
一 顆 顆 眼 淚 都 是 愛 都 是 愛
yi ke ke yan lei dou shi ai dou shi ai
every single drop of tear is love, is love

為 什 麼 要 對 你 掉 眼 淚
wei shen me yao dui ni diao yan lei
why must my tears fall for you?
你 難 道 不 明 白 為 了 愛
ni nan dao bu ming bai wei liao ai
do you not understand that it is for love?
要 不 是 有 情 郎 跟 我 要 分 開
yao bu shi you qing lang gen wo yao fen kai
if it wasn’t for my lover wanting to break up with me
我 眼 淚 不 會 掉 下 來 掉 下 來
wo de yan lei bu hui diao xia lai diao xia lai
my tears wouldn’t fall, wouldn’t fall

好 春 才 來 春 花 正 開
hao chun cai lai chun hua zheng kai
springtime just arrived, the flowers are blooming
你 怎 捨 得 說 再 會
ni zhen she de shuo zai hui
how do you bear to bide goodbye?
我 在 *深 閨* ** 望 穿 秋 水**
wo zai shen gui wang chuan qiu shui
within my room I anxiously pined
你 不 要 忘 了 我 情 深 深 如 海
ni bu yao wang le wo qing shen shen ru hai
you wouldn’t forget my love that is as deep as the sea


為 什 麼 要 對 你 掉 眼 淚
wei shen me yao dui ni diao yan lei
why must my tears fall for you?
你 難 道 不 明 白 為 了 愛
ni nan dao bu ming bai wei liao ai
do you not understand that it is for love?
要 不 是 有 情 郎 跟 我 要 分 開
yao bu shi you qing lang gen wo yao fen kai
if it wasn’t for my lover wanting to break up with me
我 眼 淚 不 會 掉 下 來 掉 下 來
wo de yan lei bu hui diao xia lai diao xia lai
my tears wouldn’t fall, wouldn’t fall

ไปฟังได้ที่ Olivia Ong - Lover's Tears (Chinese)

เนื้อเพลง For you babies ไปฟังที่ Olivia Ong - For you babies

เพลงทั้งหมดที่ up ที่ imeem

Sunday, May 24, 2009

ลักลอบ...ไม้

นั่งเล่นเนตหาความรู้ใส่ตัว จริงๆต้องหาใส่หัวต่างหาก
ก็ไปเจอเรื่องดีๆ ที่ Guerrilla Gardening.org
ให้ชื่อแบบไทยๆว่า "ปลูกไม้กับค่ายกองโจร"
จะได้อารมณ์หนังแนวสงครามนิดๆอนุรักษ์หน่อยๆ

เจ้าของ blog เริ่มลงมือทำสิ่งที่ต้องลักลอบทำอย่างนึงขึ้นในเดือน ตุลาคม 2547(October 2004)

เจ้าตัวเค้าใช้คำว่า "My illicit cultivation" ซึ่งจริงๆแล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าใน London นั้น การลักลอบ "ปลูกต้นไม้" ในที่สาธารณะ เป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่อย่างไร


ล่าสุดเมื่อ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมานี่เอง

ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของการปลูกต้นทานตะวัน รอบๆบริเวณที่อยู่อาศัยและใกล้เคียงที่ท่านอยู่ มันเป็นความคิดมาจาก Brussels เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งตอนนี้มันกลายเป็นวันปลูกทานตะวันสากลของเวบไปซะแล้วครับ และปีนี้ก็มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1200 คนแล้วครับ (รายละเอียดตามไปดูในเวบเลย)



ถามตัวเองหลังจากดูภาพข้างบนครับ ว่ารู้สึกอย่างไร
(ภาพจากละครญี่ปุ่น Kaze no Garden)

ลงมือทำจะวันนี้ พรุ่งนี้ อาทิตย์นี้ เมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณตั้งใจไว้ วางแผนแล้วก็อย่าผลัดไปเรื่อย ทำมัน ณ วันนั้นๆเลยครับ

ไม่จำเป็นต้องทานตะวัน ต้นไม้อะไรก็ได้(นอกเหนือไปจากพวกวัชพืชและจำพวกมีพิษรุนแรงนะครับ อันนี้ไม่แนะนำ)

เริ่มต้นง่ายๆก็บ้านคุณเองก่อนเลยครับ จะสวน หรือระเบียงก็เอาครับ ทำในแบบของคุณเลย เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้นซักนิดก็ยังดีครับ



มาถึงตรงนี้ เดี๋ยวจะหาว่าผมดีแต่พูด ของผมวางแผนไว้ เริ่มต้นตอนปิดเทอมเดือน กรกฎาคม นี้ครับ(ที่ต้องช่วงนั้นเพราะ ตอนนี้ผมเรียน 6 วันครึ่ง จันทร์-อาทิตย์ครึ่งวันเช้า)


ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ผิดกฎหมายหรือไม่ เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะทำหรือจะไม่ทำ คุณเท่านั้นที่จะตัดสินมัน
(แต่ถ้าผิดกฎหมาย ณ ที่ๆคุณอยู่จริงก็ระวังตัวกันหน่อยนะครับ อิอิ)

Thursday, May 21, 2009

มาทำอาหารกันเถอะ

ด้วยความที่เป็นคนชอบกิน และชอบลอง ก็เลยมักจะสรรหาอาหารใหม่ๆอยู่เสมอ

บางครั้งก็นึกจะลองทำเองดู บางจานก็รสชาติดี(แม้หน้าตามันจะแย่) บางจานก็กินไม่ลง

ก็เลยต้องพึ่งอากู๋(Google)ตามระเีบียบ ค้นไปค้นมาก็เลยเจอเวบนอก
เอามาแนะนำคนที่สนใจครับ

rouxbe.com :



  • เวบนี้มีทั้งสูตร-ส่วนผสม และวิดีโอสอนขั้นตอนการทำ ในหมวด Recipes (อยากเพิ่มเมนูของตัวเองให้ทางเวบพิจารณาก็ทำได้นะครับ แต่ต้องสมัครซะก่อน ฟรีครับ)
  • สอนเคล็ดลับต่างๆประเภท How to นั่นนี่ ในหมวด Drill-downs
  • สอนกันตั้งแต่เรื่องพื้นฐานต่างๆในหมวด Cooking-School
  • ถาม-ตอบกันระหว่างผู้้เข้าชมเว็บในเรื่องเกี่ยวกับทำอาหาร ในหมวด Community

ก็ลองเข้าไปดูกัน ผมเห็นแค่หน้าหลักของเวบก็รู้สึกหิวเอาตอนจะตี 2 ซะแล้วครับ

ขอตัวไปทำอาหาร(มาม่า)ทานก่อนแล้ววันหลังจะมาพูดถึงเวบอื่นๆต่อครับ

Monday, April 27, 2009

April Truth’s Day

อย่าเพิ่งงง ว่าจั่วหัวมั่วป่าววะ ชื่อก็ผิด แถมวันยังผิดอีก

ไม่ผิดครับ นี่เป็นจั่วหัวเดียวกันกับ blog ของพี่ ทรงกลด บางยี่ขัน
ในเรื่อง April Truth’s Day
เจ้าของผลงานหนังสือดีๆอย่าง ต้นไม้ใต้โลก(ผมก็เป็นแฟนหนังสือพี่เค้าล่ะ)

ไม่ได้ขออนุญาติใดๆที่นำชื่อนี้มาใช้จั่วหัวทั้งสิ้น
แค่มีเจตนาดีแนะนำโครงการดีๆที่เค้าทำกัน(ไปแล้ว)
ให้อีกหลายคนได้รับรู้


แคมเปญนี้จัดกันไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน
ในวันที่มีแต่คนพูดเรื่องลวง
แต่พวกเค้าร่วมกันพูดเรื่องจริงกันครับ เรื่องอะไรไปอ่านเอาเองนะจ้ะ

Credit&Thanks : ทรงกลด บางยี่ขัน

Friday, April 24, 2009

แก้รูปล้นใน blogger

หลายๆคนที่ใช้ blogger อาจประสบปัญหาเรื่อง "รูปล้นจอ" อยู่ใช่มั้ย

บางคนอาจเสียเวลาไปนั่ง corp รูป แล้ว upload ใหม่

บางคนก็ปล่อยให้ ผู้ชม blog แก้ปัญหาเอง เช่น ใช้ alternative-style-sheets

นั่นก็เป็นอีกทางออกที่ดีครับ

แต่วันนี้ผมขอเสนอ วิธีที่ง่ายและทำได้ด้วยตัวเอง

มันคือ แก้ code html(ได้ยินคำนี้อย่าเพิ่งถอดใจไป) จึ๋งนึง นั่นเอง

อันดับแรกก็เข้าไปหน้า Customize > Layout > Edit HTML



ก็จะเจอ code ของ template ที่เราใช้อยู่ เต็มไปหมด



มาถึงจุดนี้หลายคนที่ไม่รู้ code อาจบอกว่า กรุยอมละ ไปนอนดีก่า

ทำใจร่มๆไว้ก่อน ไม่ยากขนาดนั้น ก่อนอื่น backup template ไว้กันเหนียว
กดตรง Download Full Template นั่นละครับ


เสร็จแล้วก็กด ctrl+f โลด ใส่คำว่า .post img ลงไปครับ กดค้นหาเลย

พอเจอแล้วก็ค่อยๆแก้ไป

.post img {
margin: 0px;
padding: 4px;
background: $imagebgColor;
border: 1px solid $imageBorderColor;
max-width:560px;
width: expression(this.width > 560 ? 560: true);
}

แก้ไอ้ตรงตัวแดงๆนั้นล่ะครับ หากของใครไม่มีก็ใส่เพิ่มเข้าไปเลยครับ

เปลี่ยนตัวเลขเอาตามขนาดของช่อง post ครับ
ก็ดูเอาว่ากว้างเท่าไหร่ ตรงนี้คงไม่เกินความสามารถของทุกท่าน

แล้วก็ preview โลด
จริงๆตรง preview นี่ มันจะยังไม่ได้ save ให้นะครับ
แต่ผมให้ download template ไว้
เผื่อบางคนใจเร็ว save template ทับไปซะแล้ว
ตรวจดูจนพอใจ แล้ว save template ก็เป็นอันเสร็จครับ
.
.
.
แต่ เดี๋ยวก่อนครับ หากคุณทนอ่านต่อ

เราจะแถมการแก้รูปล้นที่ sidebar ให้อีก 1 อย่างฟรีทันที
กด ctrl+f หาคำว่า #sidebar ครับ มันจะไม่เจอไอ้ #sidebar img หรอกครับ
เพราะผมจะให้ใส่มันเพิ่มลงไปตรงที่ว่างแถวๆนั้นอ่ะครับ

#sidebar img{
max-width:220px;
width: expression(this.width > 220 ? 220: true);
}

เรื่องขนาดก็จัดให้พอดีกับของ sidebar ท่านก็แล้วกัน


สุดท้ายนี้ หวังว่า tips เล็กๆน้อยๆนี้คงช่วยให้หลายคนที่ปวดหัวกับรูปล้น blog อยู่ได้บ้างนะครับ


Credit&Thanks: http://www.mhafai.com

เอา Assembler มาฝาก

จริงๆต้องบอกว่าเป็น Simulator ของ Microprocessor 8085 มากกว่า

ก็เพราะว่าตอนนี้เรียนอยู่น่ะสิครับ ถึงต้องใช้มัน

หน้าตามันจะเหมือนกับไอ้เจ้าแผงวงจรที่พวกวิศวะเค้าเรียนกัน
ประมาณนี้



หน้าตาโปรแกรม



ไปโหลดกัน (Size: 1.46 MB) --> จิ้มเลย

ไอ้ตัวนี้จะมีปัญหาตอนออกจากโปรแกรม ผมหาวิธีแก้อยู่ ได้แล้วจะมาบอกเน้อ แต่ไม่มีผลต่อการทำงานของโปรแกรมนะครับ

เวลาจะปิดโปรแกรมก็ ctrl+alt+del 3 ปุ่มมหัศจรรย์ แล้วก็ end task แม่มเลย



อีกโปรแกรมนึงเจอมาจาก blog ของ geekyogi เค้า เห็นว่า ลูกเล่นในการแสดง coding sheet ละเอียดดี เหมาะสำหรับคนไม่แม่น opcode ตามรูปข้างล่างเลย



ไปโหลดกัน
โปรแกรม(Program) - link สำรอง
คู่มือ(How to use) - link สำรอง

Credit&Thanks: geekyogi

Thursday, April 16, 2009

คะแนนสอบ...

หลังจากผ่านการเรียนที่อินเดียมา 1 เทอม (ไม่รู้เทอมแรกมันจะยาวอะไรขนาดนั้น ตั้ง 8 เดือน) กับสาขา MCA(Master of Computer Application)

คะแนนสอบมันก็ออกมาแล้วครับ ไปดูความน่าอับยศกัน
.
.
ทา ดา..

Subject

Marks

Discrete Mathematics

42

Statistics

32

C Programming

52

COBOL Programming

58

Human Resource Management

33

Digital Logic

62

C Lab

73

Total(640)

422

Internal(160)

160

Grand Total(800)

582

Percentage

72.75%



ทุกวิชามันเต็ม 80 คะแนน สอบกันครั้งเดียวนี่ล่ะ แล้วก็ส่งไปตรวจที่ BU(Bangalore University)

ส่วน การคิดคะแนน(Grade System) ก็ตามนี้(ดูจาก percentage)
>75% ->Distinction (ประมาณ Excellent)
>60% ->1st class
>45% ->2nd class

แต่ละวิชาต้องได้มากกว่า 32 คะแนนถึงจะผ่านและ
ทุกวิชารวมกันต้องได้มากกว่า 50% ถึงจะผ่านในเทอมนั้นๆ

ไอ้ระับบเกรดนี่ เห็นเพื่อนแขกว่าใช้เหมือนกันทั้งอินเดีย


ดูแล้วก็ไม่รู้จะว่าไงดีเหมือนกัน -_-a (ตัวแดงๆ 2 ตัว) เหอๆ

Sunday, April 5, 2009

เบล สุพล - รักยาก ลืมยาก

ที่ทุกคืนเป็นเช่นนี้ ต้องมานอนก่ายหน้าผาก
เกิดจากอะไรนะหรือ รู้ดีอยู่แก่ใจ
ทั้งๆที่จบไปนานแล้ว เลิกไปนานแล้วยังไม่ห้ามใจ
ยังคิดถึงเธอ คิดให้ปวดใจ

ไม่มีใครทำร้าย ให้ใจสลาย ทุกอย่างเกิดเพราะฉันเอง
ไม่มีใครข่มเหง ให้เจ็บให้เป็นอย่างนี้

เพราะฉันมันโง่เอง..ที่ยังรักเธอ
โง่เอง..ที่ยังฝังใจ
ไม่เคยทำใจ ไปจำอะไรที่ควรจะลืม
เพราะฉันลืมยากเอง..
จะไปโทษใคร ยากเอง..ที่จะรักใคร
เลยต้องเดียวดาย หลับตาไม่ลงอย่างนี้
เพราะเป็นคนแบบนี้ นิสัยไม่ดีแบบนี้ ถึงรักใครไม่ได้เลย

ทั้งที่ตัวเองก็รู้ ไม่มีทางจะเริ่มใหม่
อย่ามัวไปคอยอะไร ที่เลือนลางอย่างนี้
เลิกบ้าเลิกอยู่กับความหลัง หยุดเถอะพอแล้วใจ พอสักที
อย่าไปรักเธอ รักให้เหนื่อยหัวใจ

ไม่มีใครทำร้าย ให้ใจสลาย ทุกอย่างเกิดเพราะฉันเอง
ไม่มีใครข่มเหง ให้เจ็บให้เป็นอย่างนี้

เพราะฉันมันโง่เอง..ที่ยังรักเธอ
โง่เอง..ที่ยังฝังใจ
ไม่เคยทำใจ ไปจำอะไรที่ควรจะลืม
เพราะฉันลืมยากเอง..
จะไปโทษใคร ยากเอง..ที่จะรักใคร
เลยต้องเดียวดาย หลับตาไม่ลงอย่างนี้
เพราะเป็นคนแบบนี้ นิสัยไม่ดีแบบนี้ ถึงรักใครไม่ได้เลย

เพราะฉันมันโง่เอง..ที่ยังรักเธอ
โง่เอง..ที่ยังฝังใจ
ไม่เคยทำใจ ไปจำอะไรที่ควรจะลืม
เพราะฉันลืมยากเอง..
จะไปโทษใคร ยากเอง..ที่จะรักใคร
เลยต้องเดียวดาย หลับตาไม่ลงอย่างนี้
เพราะเป็นคนแบบนี้ นิสัยไม่ดีแบบนี้ ถึงรักใครไม่ได้เลย

Olivia Ong - For you babies

You've got that look again
The one I hoped I had when I was a lad
Your face is just beaming
Your smile got me boasting, my pulse roller- coastering
Any way the four winds that blow
They're gonna send me sailing home to you
Or I'll fly with the force of a rainbow
The dream of gold will be waiting in your eyes

You know I'd do most anything you want
Hey I, I try to give you everything you need
I can see that it gets to you
I don't believe in many things
But in you I do

Her faith is amazing
The pain that she goes through contained in
The hope for you
Your whole world has changed
The years spent before seem more cloudy
Than blue
In many ways your baby's controlling
When you haven't laid down for days
For the poor no time to be thinking
They're too busy finding ways

You know I'd do most anything you want
Hey I, I try to give you everything you need
I'll see that it gets to you
I don't believe in many things
But in you I do

You know I'd do most anything you want
Every day I, try to give you everything you
Need
We'll always be there for you
I don't believe in many things
But in you I do

จุ๋ย จุ๋ย - อย่าขี้โม้

คิโย้นะมาอิโยคุวา ต๊า..เน่ซิกาน๊า...นี่ อุคุว่าดาเอโยคุโน อาโซหว่า โคเน่หว่า
อุว่ะนิกาอิโยะโคโน ชูขี้ คาวาเต๊เต ซากาเน่โม คุว่ะตาหว่า
อุขี้หว่า ตาเกดุ

อย่าขี้โม้ อย่าขี้โม้.. อย่าขี้โม้.. หู วู้ โห... โอ โฮะ โฮ
อย่าขี้โม้( โคเดนเซะ ) อย่าขี้โม้.. อย่าขี้โม้.. หู วู้ โห วู้ โวว อย่าขี้โม้..

คุว่ะนี่มีคุว่ะตาเน่ รู..น่า..คูโวโม้...อี โดเรม่อนโนบีตะซิซุกะ..ไจแอ้น... โซเนโอะ
คิว่ะตามาเอโยะคุหว่าโน ชาลาเฮ้ดชาลา ( เย้ ) คุนามีโอโมคุดูมี ซีวาตาเค้ ยูกาน่าย

อย่าขี้โม้( ก้าด้าย ) อย่าขี้โม้.. อย่าขี้โม้.. หู วู้ โห... โอ โฮะ โฮ
อย่าขี้โม้( อะเคลีย ) อย่าขี้โม้.( กาเดยาว่าเนี้ย ). อย่าขี้โม้.. หู วู้ โห วู้ โวว

อย่าขี้โม้(กุเดน เซะเอเมโอ) เพ่ กุเดกุเนเวย กุเดเอเนโย่ กุโนะ ชีนะชีน่ะ กุเนเกย่า เยน่ายโอ เย้ อิต๊าย อิต๊าย ต๊ายยย
One two three four กาเด้ อย่าขี้โม้.. อย่าขี้โม้..โห โหะ โวว โว อย่าขี้โม้..

Apture