Thursday, June 4, 2009

เมื่อเลิกไม่ได้ ก็...

ผมไม่ได้พูดถึงเรื่อง ความรัก
ผมไม่ได้พูดถึงเรื่อง ความใคร่
แต่ผมกำลังพูดถึงเรื่อง ความเลิกใช้ชีวิตอย่างเกินพอดีไม่ได้


เป็นความจริงที่หลายคนปฏิเสธไม่ได้ว่า เรา ใช้ชีวิตโดยปราศจากสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆไม่ได้
ไม่ว่าจะ ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ รถ และอื่นๆ หลายคนอาจไม่ต้องมีบางสิ่งได้ เช่น บางคนก็บอกว่าชั้นไม่ต้องมีรถก็ได้ แต่ไฟฟ้าก็ยังจำเป็นสำหรับเค้าอยู่ดี เอาเป็นว่าต่างคนต่างจำเป็นคนละอย่าง(หรือหลายอย่าง)

สิ่งที่เราใช้ประโยชน์จากมันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อโลกเรา แน่นอนครับ หลายคนคงรู้อยู่แล้ว หลายคนก็เคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง หรือหลายคนก็อาจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมันบ้างก็ตามแต่

ขอเวลาซัก 5 นาที ไม่ดีกว่า 1 นาที
สละเวลามีค่า เล่นเนต เล่นเกมส์ chat หาของฟรีจากเนต หรืออะไรอย่างอื่น
อ่านสิ่งที่ผมกำลังจะบอกซักหน่อย คงไม่ลำบากเกินไปใช่มั้ยครับ


หลายวิธีต่อจากนี้ คุณอาจรู้แล้ว แต่ถ้ายังก็รับไว้พิจารณาด้วยนะครับ

1. สำรองน้ำฝน
ฟังดูโบราณ แต่ช่วยประหยัดน้ำประปาได้เยอะครับ เช่น ใช้รดน้ำต้นไม้ ใช้ล้างรถ ใช้ซักผ้าขี้ริ้ว ใช้ล้างห้องน้ำ จริงอยู่มันไม่ได้สะอาดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่กิจกรรมที่ผมว่ามา มันไม่ได้ต้องการความสะอาดเท่าการดื่มกินเข้าไปใช่มั้ยครับ

2. จ่ายตลาด/shopping ด้วยถุงผ้า
ประเทศอินเดียที่ผมมาเรียนอยู่ต้อนนี้ เป็นประเทศที่อะไรหลายอย่างยังล้าหลังกว่าประเทศไทยมาก แต่ในขณะเดียวกัน พวกเค้าก็อยู่กับธรรมชาติมากกว่าเราเยอะมากๆครับ เรื่องถุงผ้าจ่ายตลาดที่ไทยพึ่งจะมาฮิตกันไม่นานมาก แต่ที่นี่เค้าใช้กันมาตลอดครับ ไม่ว่าจะหญิง ชาย ทันสมัยกว่าเราอีกนะครับเนี่ย

3. ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นแบบแสงอาทิตย์
ในเมื่อยังคงต้องใช้ ก็ทำให้มันประหยัดพลังงานซะหน่อยเป็นไง ที่อินเดีย(อีกแล้ว)เค้าติดตั้งกันบนหลังคาหรือดาดฟ้าแล้วแต่บ้านครับ ยิ่งพวกหอพักนักศึกษาก็จะเป็นแบบแผงใหญ่ซักหน่อย ในไทยก็เห็นมีหลายบริษัททำแล้วนะครับ รวมไปถึงของ กฟผ ด้วย แต่ราคาโดยรวมยังคงแพงอยู่ซักหน่อย แต่ติดตั้งครั้งเดียวก็ช่วยประหยัดไฟไปได้เยอะเลยล่ะ (ไอ้เครื่องทำน้ำอุ่นนี่ใช้ไฟฟ้ามากอันดับต้นๆเลยนะครับ)

4. เปลี่ยนเป็นเครื่องซักผ้าฝาหน้า
เครื่องซักผ้าแบบฝาบน(top-loading) ใช้น้ำมากกว่าแบบฝาหน้า(front-loading) 40-60% เชียวนะครับ แนะนำให้ซักผ้าให้พอดีกับความจุเครื่อง ใช้ผงซักฟอกให้พอดีไม่มากเกินไป และแช่เสื้อผ้าสกปรกก่อนซักเสมอ

5. ปลูกต้นไม้บริเวณบ้าน
เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับการลักลอบปลูกไม้ไปครั้งนึง แต่คราวนี้ไม่ต้องลักลอบ ก็มันบ้านคุณเองนี่นา นอกจากบ้านจะดูสวยน่าอยู่ ได้ออกซิเจน(O2)เพิ่มขึ้น ยังช่วยลดความร้อนและฝุ่นควันจากภายนอกได้ด้วยนะครับ

6. ใช้ยานพาหนะให้เหมาะสม
สำหรับหนุ่มโสดสาวโสด ไม่จำเป็นต้องขับเก๋งคนหรูไปทำงาน ทั้งที่คุณก็ไม่ได้บรรทุกของอะไรไปมากกว่า laptop หรือ เอกสารเพียงเล็กน้อย รถไฟฟ้าก็ยังมีบริการครับ เว้นแต่คุณอยากจะอวดสาว-หนุ่ม หรือคนอื่นว่าข้ามีรถแพงๆขับ งั้นก็ออกให้มันเช้าหน่อยเด่ะ รถยังไม่ติด อารมณ์ก็ไม่เสีย น้ำมันก็เปลืองน้อยลง(เก็บรถหรูไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายเถอะครับ ประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้อีกเยอะครับ)

รู้กันบ้างหรือเปล่าว่าค่าโดยสารรถเมล์ตอนนี้ราคาเท่าไหร่ อาจจะยากไปเพราะมันนานมาแล้วที่คุณขึ้นมันครั้งสุดท้าย กลับไปใช้ระบบ ขสมก ดูครับ คุณจะได้โอกาสดีๆในชีวิตอีกหลายอย่างเลย เช่น ตื่นเช้าขึ้น หายจากโรคความดันต่ำ(นอน-ตื่นเป็นเวลา) ได้ทานอาหารเช้าบ่อยขึ้น(จำเป็นมากๆ) รู้จักวางแผนชีวิตตัวเองดีขึ้น ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง(เพราะต้องรักษาเวลา) และคุณอาจได้พบเจอหนุ่ม-สาวนิสัยดีห่วงใยโลกเราเหมือนคุณโดยบังเอิญก็ได้ใครจะรู้

ไปดู รดไม้ รถเมล์

7. อย่าเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือบ่อย
เพราะมันจะเป็นการเพิ่มขยะอิเล็กโทรนิคโดยไม่จำเป็นนะสิครับ

8. print เอกสารเท่าที่จำเป็น
ตามบริษัทย่อมมีเครื่อง printer ไว้บริการพนักงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะ ส่งงานลูกค้า ส่งหัวหน้า เตรียมการประชุม print เมลเอาไว้อ่านเองทีหลัง หรือแม้แต่้ print งานส่วนตัว

ไม่ต้องบอกใครหรอกครับ สารภาพกับตัวเองเถอะว่าไอ้อย่างหลังเนี่ยคุณเคยทำบ้างหรือเปล่า บางอย่างมันก็จำเป็น แต่จำเป็นต้อง print แม่งทุกอย่างเลยเหรอครับ

ในแผนกๆนึงผมเชื่อว่าต้องมีอย่างน้อยสักคนที่ชอบเดินไปเดินมา ระหว่างโต๊ะทำงานกับ printer ทำให้คนในแผนกเห็นเหมือนยุ่งมากเสียเหลือเกิน มีเอกสารมากมายที่ต้องอ่าน(จริงๆแม่งว่างสุดเลย ชอบเนียนถือโอกาสคุยระหว่างทางไปด้วย) มันไม่เจ๋งหรอกนา เชื่อเหอะ เจ้านายมันจะเริ่มสงสัยแล้วว่ากรุให้งานมันเยอะไปเปล่าวะ แล้วก็จะเรื่องแอบสังเกตว่าไอ้ที่ print ออกมานั่นน่ะมันอะไรกันแน่

9. กระดาษหน้าที่ 3
คงเคยได้ยินกันมาบ้างกับคำๆนี้ กระดาษเมื่อคุณใช้มันหมดประโยชน์ทั้ง 2 หน้าคุณทำยังไงกับมันครับ ขยำทิ้ง ปั้นเป็นก้อนกลมปาหัวเพื่อน รองเศษขนมที่คุณแอบกินเวลางาน หรือทิ้งลงเครื่องย่อยกระดาษซะ(อันนี้ไม่ว่าถ้าเป็นเอกสารสำคัญ)

แต่ต่อจากนี้ คิดนิดนึงครับ ยังมีผู้พิการทางสายตาที่ต้องการกระดาษเหล่านี้อยู่ เค้าสามารถนำกลับไปใช้ใหม่(reuse)ได้ครับ ไร้ค่าสำหรับคุณ แต่มีค่าสำหรับพวกเค้านะ



อ่านมาถึงตรงนี้คงเกิน 1 นาทีแล้วล่ะ แต่ก็ขอบคุณจากใจที่สละเวลาอ่านนะครับ แสดงว่าคุณก็เป็นอีกคนนึงที่มีจิตใจดี รักธรรมชาติและเพื่อนร่วมโลกอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน อยู่ที่ว่าคุณจะลงมือทำมันเมื่อไหร่เท่านั้น ทำดีไม่ต้องรอให้ใครเห็น ไม่ต้องหวังให้ใครชม แต่ผมก็ชมไปแล้วนะครับ อย่าให้เก้อล่ะ

คุณก็ช่วยโลกได้ด้วยวิธีของคุณได้
มีไอเดียดีๆอะไรแนะนำกันได้ครับ ยินดีรับฟังและปฏิบัติครับ

เล็กๆน้อยๆที่ไม่เล็กน้อย
ตัวอย่างขยะกับเวลาในการย่อยสลายทางธรรมชาติ(Biodegrade)

เปลือกกล้วย(1 ผล) : 3-4 สัปดาห์
ถุงกระดาษ(1 ถุง) : 1 เดือน
ผ้าขี้ริ้ว(ทำจากฝ้าย) : 5 เดือน
ถุงเท้าขนสัตว์(1 คู่) : 1 ปี
รองเท้าหนัง(1 คู่) : 40-50 ปี
กระป๋องดีบุก(1 ใบ) : 100 ปี
ถุงพลาสติก(1 ใบ) : 1 พันปี
ถ้วยโฟม(1 ใบ) : ไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง
**ตัวเลขอาจคลาดเคลื่อน แต่ความเลวร้ายไม่ต่างกันเลย**
****ท่องไว้ครับคาถา 3R --> Reduce Reuse Recycle****

ไปดู อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่
ไปดู อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่2

credit: link และ บทความดีๆเรื่อง รดไม้ รถเมล์ อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ 1 และ 2 จาก http://www.lonelytrees.net/

No comments:

Apture