เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อนแขกข้างห้อง(ที่มารู้ทีหลังว่าเป็นเก้ง) มาหาที่ห้อง ชวนไปคุยกับคนกลุ่มนึง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่จากทาง Yes!+ (แต่ไอ้ตอนแรกเราไม่รู้หรอกว่าเค้าคือใคร)
ประเด็นที่เค้าคุยก็มีอยู่ว่า เคยรู้สึกว่าชีวิตเรามันมีอะไรที่มันไม่ได้อย่างใจบ้างมั้ย เราอยากทำอะไรในชีวิตให้มันดีขึ้นบ้างมั้ย อยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรในทางที่ดีบ้างหรือเปล่า ฟังๆไปตอนแรกก็งงๆ ว่ามันจะมาไม้ไหนฟะ
***ที่บางกะลอร์มีกลุ่มคนที่ขอเรียกว่า "นักขอรับบริจาค" แวะเวียนมาหาตามบ้านเสมอๆ ไม่ว่าจะขอเสื้อผ้า ขอเงินเข้ามูลนิธิอะไรซักอย่าง(อ่านไม่ออกหรอก มันเขียนด้วยภาษาฮินดี กับ คานาดะ) ขอเงินไปจัดปาร์ตี้(อันนี้จะเป็นเด็กๆ) ขอเงินไปช่วยพิธีไหว้เจ้า อันได้แก่ พระพิฆเนศ เป็นต้น(กรุไม่ได้นับถืออ่ะ) ฯ เราก็ให้ไปตามแต่อารมณ์ ณ ขณะนั้น***
กลับมาเข้าเรื่องต่อ-->
เค้าก็พยายามหว่านล้อมเราเข้าประเด็นเหลือเกิน ไอ้เราก็จับประเด็นไม่ค่อยได้เลยก็แบ่งรับแบ่งสู้ไปก่อน มีอยู่คำถามนึงโดนมากๆ
เค้า: ถามว่าเราเป็นที่เท่าไหร่ของชั้นเรียน
เรา: ก็ตอบไปว่า 1 ใน 10
เค้า: แล้วไม่อยากเป็น 1 ใน 3 หรือ เป็นที่ 1 บ้างเหรอ
เรา: ไม่อ่ะ ขี้เกียจ
เค้า: ...................
สรุปไอ้ที่ว่าโดนอ่ะ โดนเค้าเต็มๆ ใบ้รับประทานไปเลย
คุยไปคุยมาสุดท้ายเราก็ตกลงใจแกมโดนขืนใจเล็กน้อยสมัครไป พร้อมจ่ายเงิน 2000 Rs.(คิดในใจว่าโดนเชือดหมูแล้วกรุ) ที่ตัดสินใจสมัครก็เพราะ แอบหวังเล็กๆว่า มันอาจจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรดีๆขึ้นในชีวิตบ้างก็ได้
สมัครเสร็จ จ่ายเงินเรียบร้อย ก็ยังไม่รู้ว่าพวกเฮียๆ เจ๊ๆ มาจากบริษัทไหนฟะ
เรียนที่อินเดียมาปีกว่า ภาษาไปไม่ถึงไหนเลย เฮ้อ
Friday, August 28, 2009
Tuesday, August 11, 2009
Freeware: Task Schedule
Sleep Moon Xpress ฟรีแวร์ลดโลกร้อนดีๆ
Automatic Commands
สั่งให้ทำงานตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ (คล้ายๆกับ Task Schedule ของ Windows)

Sound Activation Console
เราสามารถกำหนดให้โปรแกรมทำงานคำสั่งที่ตั้งไว้ในข้อที่แล้ว โดยความดังของเสียง

โดยก่อนอื่นเราต้องตั้งค่ามาตรฐานให้มันก่อน ดังนี้
สามารถสั่งงานผ่านทาง มือถือได้ด้วย(อันนี้ผมยังไม่ได้ลอง)

จบซะงั้น
Credit: http://www.reohix.com/sleepmoon.htm
เพิ่มเติมนิดนึง ใช้กับ vista และ 7 ได้ด้วยนะจ้ะ
Automatic Commands
สั่งให้ทำงานตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ (คล้ายๆกับ Task Schedule ของ Windows)
- ตามวันและเวลาที่กำหนด
- ตามความเร็วในการ Download&Upload โดยดูจาก 5 นาทีล่าสุด (เหมาะสำหรับนักดูดบิท)
- ตามระดับความดังของเสียงที่กำหนดไว้(Sound Activation Console)
- Shutdown Computer
- Restart Computer
- Log off Windows
- Standby
- Hibernation
- Run a specified file: เรียกไฟล์ หรือโปรแกรมที่ต้องการให้ทำงาน(ทดสอบดูก่อนเอาจริงได้)
- Sound Wake-up alarm: ตั้งปลุก มีเสียงให้เลือกหลักๆ 7 เสียง และยังเลือกไฟเพลง mp3 ได้ด้วย(ทดสอบดูก่อนเอาจริงได้)
- Display Notification: เตือนเป็น pop-up ข้อความบนหน้าจอ
Sound Activation Console
เราสามารถกำหนดให้โปรแกรมทำงานคำสั่งที่ตั้งไว้ในข้อที่แล้ว โดยความดังของเสียง
โดยก่อนอื่นเราต้องตั้งค่ามาตรฐานให้มันก่อน ดังนี้
- หาที่เงียบๆ ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอก หรือ จากตัว computer เอง แนะนำปิด volume ไปเลยครับ *** แต่ถึงปิดไปแล้วตัว program จะยังคงรับเสียงจากไมค์ของ laptop ได้ครับ ลองแล้ว (ไม่ใช่ช่องเสียบแจ็คไมค์นะ) ***
- กด Start Normalization Process รอซักพัก มันจะจับความดังเสียง ณ ขณะนั้นเป็นค่ามาตรฐาน
- ด้านขวาตรง React Only When Sound Level Is Above คือ ตั้งระดับความดังที่จะโปรแกรมทำคำสั่งที่ตั้งไว้ เช่น ผมลองปรบมือจากเตียงนอน มันจับได้เฉลี่ย 40 ผมก็ตั้งไว้ที่ 30 พอปรบมือ คอมก็ปิดเครื่องครับ
- Save ค่าที่ตั้งไว้ ตรง Save Sound Sensitivity Setting
สามารถสั่งงานผ่านทาง มือถือได้ด้วย(อันนี้ผมยังไม่ได้ลอง)
- WTP Mobile Technology
- BlueActiv Technology
จบซะงั้น
Credit: http://www.reohix.com/sleepmoon.htm
เพิ่มเติมนิดนึง ใช้กับ vista และ 7 ได้ด้วยนะจ้ะ
Thursday, August 6, 2009
ก่อนเปิดเทอม 2 สัปดาห์
เป็นช่วงเวลาแบบ routine ที่หมายถึง ที่ทำเป็นประจำ(กิจวัตร) ในอีกความหมายนึงมันคือ ทำซ้ำๆ ซ้ำซาก วนๆ จำเจ
เช่น ของผม ณ ช่วงนี้
1. ตื่นมาก็กินมื้อเช้า
2. แล้วก็มานั่งจมอยู่กับคอม ดูหนัง อ่าน blog คนอื่น หาข้อมูลทำโปรเจ็ค หัดเขียนโปรแกรม อ่านหนังสือ grammar ภาษาอังกฤษ
3. แล้วก็กินกลางวัน แล้วก็กลับไปทำข้อ 2
4. ถ้าเป็นจันทร์ พุธ ศุกร์ก็ไปเพาะกายที่ยิมส์ตอนเย็นประมาณ 4 โมง หรือไม่เกิน 5 โมง เย็นกว่านั้น ยุงจะโคตรชุม ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง late บ้างนิดๆ
5. กลับมาก็กินเย็น แล้วกลับไปทำข้อ 2
6. บางวันพิเศษหน่อยก็มีโทรคุยกับที่บ้านที่ไทยบ้างผ่านเนตนี่ล่ะ
7. นอน (บางวันอ่านอะไรบนเนตติดพัน หรือดูหนัง series ก็มักจะนอนเกินเที่ยงคืน บ่อยๆ)
แล้วก็วนๆไปแบบนี้ทุกวัน
เพื่อนๆกลับไทยกันหมด ก็เลยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หง่าวๆอยู่บ้่าน วันนึงคำพูดที่ออกจากปากนับคำได้เลย
แต่สิ่งที่ดูน่าเบื่อเหล่านี้ มันก็บอกอะไรกับเราได้หลายอย่างเหมือนกัน
เวลาที่เราว่างมากๆแบบนี้ เราจะรู้สึกเหลือเกินว่า ไม่รู้จะทำอะไรดี จะไปไหนดี ทำนองนี้
แต่ในขณะเดียวกัน เพื่อนที่เมืองไทย ที่ยังทำงานอยู่ในบริษัท มันก็บ่นว่า เมื่อไหร่จะเสาร์อาทิตย์ เมื่อไหร่จะมีวันหยุดยาวๆอีกนะ เฝ้านับวันรอกันไป
บางคนถึงกับอยากลาออกจากบริษัท หางานใหม่(หาง่ายเหลือเกินนะไอ้งานเนี่ย) ทั้งที่หลายคนไม่มีโอกาสจะได้เลือกงาน หลายคนไม่มีแม้แต่งานทำด้วยซ้ำ (มึงคิดได้ยังไงเนี่ยลาออก หางานใหม่)
ลืมอะไรไปหรือเปล่า
เวลาเราก็มีเท่ากันนั่นแหละ แล้วมันก็ผ่านไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะใช้มันทำอะไร ไม่นานก็เป็นวันใหม่ ไม่นานก็เป็นเดือนใหม่ และไม่นานก็เป็นปีใหม่(ที่ใครหลายคนมักชอบบอกว่า ปีหน้าชั้นจะทำอะไรให้ดีขึ้นกว่านี้)
แล้วจะต้องรอให้ถึงตอนนั้นเลยเหรอ ถึงจะเริ่มทำอะไรดีๆได้ ทำไมไม่คิดว่า อีก 10 วินาที ก็เป็นนาทีใหม่ เราจะตั้งใจทำงานให้ดีขึ้น, วันนี้ชั้นจะเอาแต่ใจกับแฟนให้น้อยลง ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยแล้ว หรือวันนี้ชั้นจะทำตัวใหม่ ชั้นจะรีบทำงานให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน แล้วแวะซื้อของกลับไปทำอาหารให้พ่อแม่ทานด้วยกัน
เพราะ
บางครั้งที่เรามัวแต่รอให้ชีวิตมีอะไรดีๆผ่านเข้ามา เพื่อทำให้เรารู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจจะทำอะไรดีๆ แต่บางชีวิตก็อาจจะอยู่รอเราไม่ไหวเหมือนกัน พรุ่งนี้ก็อาจสายเกินไป
เช่น ของผม ณ ช่วงนี้
1. ตื่นมาก็กินมื้อเช้า
2. แล้วก็มานั่งจมอยู่กับคอม ดูหนัง อ่าน blog คนอื่น หาข้อมูลทำโปรเจ็ค หัดเขียนโปรแกรม อ่านหนังสือ grammar ภาษาอังกฤษ
3. แล้วก็กินกลางวัน แล้วก็กลับไปทำข้อ 2
4. ถ้าเป็นจันทร์ พุธ ศุกร์ก็ไปเพาะกายที่ยิมส์ตอนเย็นประมาณ 4 โมง หรือไม่เกิน 5 โมง เย็นกว่านั้น ยุงจะโคตรชุม ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง late บ้างนิดๆ
5. กลับมาก็กินเย็น แล้วกลับไปทำข้อ 2
6. บางวันพิเศษหน่อยก็มีโทรคุยกับที่บ้านที่ไทยบ้างผ่านเนตนี่ล่ะ
7. นอน (บางวันอ่านอะไรบนเนตติดพัน หรือดูหนัง series ก็มักจะนอนเกินเที่ยงคืน บ่อยๆ)
แล้วก็วนๆไปแบบนี้ทุกวัน
เพื่อนๆกลับไทยกันหมด ก็เลยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ หง่าวๆอยู่บ้่าน วันนึงคำพูดที่ออกจากปากนับคำได้เลย
แต่สิ่งที่ดูน่าเบื่อเหล่านี้ มันก็บอกอะไรกับเราได้หลายอย่างเหมือนกัน
เวลาที่เราว่างมากๆแบบนี้ เราจะรู้สึกเหลือเกินว่า ไม่รู้จะทำอะไรดี จะไปไหนดี ทำนองนี้
แต่ในขณะเดียวกัน เพื่อนที่เมืองไทย ที่ยังทำงานอยู่ในบริษัท มันก็บ่นว่า เมื่อไหร่จะเสาร์อาทิตย์ เมื่อไหร่จะมีวันหยุดยาวๆอีกนะ เฝ้านับวันรอกันไป
บางคนถึงกับอยากลาออกจากบริษัท หางานใหม่(หาง่ายเหลือเกินนะไอ้งานเนี่ย) ทั้งที่หลายคนไม่มีโอกาสจะได้เลือกงาน หลายคนไม่มีแม้แต่งานทำด้วยซ้ำ (มึงคิดได้ยังไงเนี่ยลาออก หางานใหม่)
ลืมอะไรไปหรือเปล่า
เวลาเราก็มีเท่ากันนั่นแหละ แล้วมันก็ผ่านไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเราจะใช้มันทำอะไร ไม่นานก็เป็นวันใหม่ ไม่นานก็เป็นเดือนใหม่ และไม่นานก็เป็นปีใหม่(ที่ใครหลายคนมักชอบบอกว่า ปีหน้าชั้นจะทำอะไรให้ดีขึ้นกว่านี้)
แล้วจะต้องรอให้ถึงตอนนั้นเลยเหรอ ถึงจะเริ่มทำอะไรดีๆได้ ทำไมไม่คิดว่า อีก 10 วินาที ก็เป็นนาทีใหม่ เราจะตั้งใจทำงานให้ดีขึ้น, วันนี้ชั้นจะเอาแต่ใจกับแฟนให้น้อยลง ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยแล้ว หรือวันนี้ชั้นจะทำตัวใหม่ ชั้นจะรีบทำงานให้เสร็จก่อนเวลาเลิกงาน แล้วแวะซื้อของกลับไปทำอาหารให้พ่อแม่ทานด้วยกัน
เพราะ
บางครั้งที่เรามัวแต่รอให้ชีวิตมีอะไรดีๆผ่านเข้ามา เพื่อทำให้เรารู้สึกดีขึ้น มีกำลังใจจะทำอะไรดีๆ แต่บางชีวิตก็อาจจะอยู่รอเราไม่ไหวเหมือนกัน พรุ่งนี้ก็อาจสายเกินไป
Subscribe to:
Comments (Atom)