7 วัน 34 ชั่วโมง กับ Yes!+ : เท้าความ และ 7 วัน 34 ชั่วโมง กับ Yes!+ : รวบยอด
ว่าต่อ
หลังจากจบคอร์ส วันอาทิตย์ (06/09/09) ผมก็ต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง เพื่อไปสอบวัดผล หรือที่พวกเค้าเรียกว่า "Upgrade"
เช้าวันอาทิตย์สำหรับผมเวลา 6 โมงครึ่ง สำหรับผมและใครหลายคน คงเรียกได้ว่าเป็นเวลาที่โคตรจะสุขสุดๆ กำลังหลับสนิท เงียบ และวันนั้นฝนตกพรำๆด้วย โอ้ววว
ผมขี่ไอ้เจ้า Bajaj เพื่อน(start)ยาก คันเก่งไปรับสาวคนเดิมที่ไปกลับด้วยทุกวัน..... แม่สาวคนนี้ เธอไม่เบาทีเดียวครับ น่าจะราว 90++ ได้ เล่นเอาผมปวดแขนเวลาขี่รถใช้ได้เลยล่ะ
ก่อนไปถึงบ้านสาว แวะจิบชาซะหน่อย ก็มันหนาวชิบ ซัดไป 2 แก้ว อุ่นขึ้นหน่อย รับเสร็จไปถึงที่หมายก่อนเวลา ประมาณ 10 นาทีได้(เริ่ม 7 โมง)
เหมือนเคย เริ่มต้นด้วยยืดเส้นสาย และตามด้วยโยคะ ใ้ช้เวลาไปประมาณ 2 ชั่วโมงได้ ตอนนี้ร้อนตับแลบครับ จะไม่ร้อนได้ไง ก็ใส่เสื้อผ้าร่มทำโยคะ(ตอนแรกมันหนาวอ่ะ) จริงๆมันเริ่มร้อนตั้งแต่ท่าไหว้พระอาทิตย์รอบที่ 3 แล้ว แต่ติดพันเลยไม่ได้ถอด
จบกระบวนการ ก็มีอาจารย์มานั่งคุยด้วยซักพัก แล้วก็บังเอิญเป็นวันเกิดอาจารย์พอดี เลยโดนฉลองกันไป เค้กเต็มหน้า เบ็ดเสร็จ ขณะนี้เกือบ 10 โมง
ต่อด้วยการแสดงของแต่ละกลุ่ม ที่ใช้สิ่งที่เรียนมา สอดแทรกไปกับการแสดงให้ได้ ก็มีทั้งกลุ่มที่ผลัดกันบรรยายปากเปล่า และแสดงเป็นละคร จบ ตอนนี้ 10 ครึ่งครับ
เข้าสู่เวลาที่ตูรอคอย(ด้วยความหวั่นใจ) กิจกรรมนี้คือ นับตั้งแต่นี้ 10.30 AM ไปจนถึง 2.30 PM
- ห้ามกินอะไรเลย น้ำก็ห้าม
- ห้ามใช้โทรศัพท์
- ห้ามติดต่อเพื่อนๆ หรือทางบ้าน
- ยิ้มตลอดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
- ทุ่มเต็มที่ 100%
- กลับมาเจอกันที่เดิม 2.30
- ห้ามขอ
- ห้ามยืม
- ห้ามขโมย
- ห้ามพนัน
กลุ่มผมนำโดย หัวหน้าทีมหญิง ลูกทีมหญิง 2 คน และผม รวม 4 ชีวิต เดินต๊อกๆไปตามบ้าน
บ้านที่ 1
หัวหน้าทีม : เปิด
ลูกทีมหญิง 2 คน : ตาม
ผม : ยืนยิ้ม
บ้านที่ 2
หัวหน้าทีม : เปิด
ลูกทีมหญิง 2 คน : ตาม
ผม : ยืนยิ้ม
บ้านที่ 3
หัวหน้าทีม : เปิด
ลูกทีมหญิง 2 คน : ตาม
ผม : ยืนยิ้ม
บ้านที่ xxx
หัวหน้าทีม : เปิด
ลูกทีมหญิง 2 คน : ตาม
ผม : ยืนยิ้ม
.
.
.
.
.
ก็ตูพูดฮินดีก็ไม่ได้ คานาดาก็ไม่ได้ ก็ยิ้มให้กำลังใจเพื่อนเดะ
ไปเจอร้านอาหารกล่อมลุงสำเร็จ ทำความสะอาดร้านไป เก็บโต๊ะ เก็บของ ได้มา 100 รูปี โอ้วววว ลุงแกช่างใจดี พวกเราขอบคุณแล้ว ขอบคุณอีก
เจอบ้านผู้มีอันจะกิน(รวยมากๆสำหรับแขก) เห็นว่าเป็นบ้าน Minister เจอเมียแกครับ เพื่อนๆจัดไป ตูยืนยิ้ม ไม่รู้คุยกันอีท่าไหน เมียแก ให้คนรถขับรถพาเรา 4 คนไปโรงงานแกซะงั้น เป็นโรงงานซัก อบ รีดผ้า สำหรับโรงแรมโดยเฉพาะ เรา 4 คนโดนแยกไปทำงานคนละอย่าง
- งานแรก : แยกใบเสร็จส่งผ้าซัก จากกองใบเสร็จขนาด 1 คนโอบ(เกือบไม่มิด) จัดลงแฟ้ม แยกตามชื่อโรงแรม และเรียงวันที่ --> เพื่อนหันมามองหน้าผมอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย แล้วส่งสายตาบอกว่า "จัดไป"
- งานสอง : กรอกสมุดบัญชี จากใบเสร็จ อีกชุดนึง ซึ่งเป็นของวันนี้เท่านั้น ลงรายการแยกตามชื่อโรงแรม ประเภทของผ้า
- งานสาม : จัดเสื้อผ้าที่รีดเสร็จแล้วขึ้นแขวนราว โดยจับคู่เสื้อและกางเกงให้ถูก จะมีหมายเลขเขียนหรือเย็บติดไว้ที่ด้านในเสื้อผ้า
- งานสี่ : รีดผ้า.....ด้วยเตารีดไอน้ำของโรงงาน ที่มีแรงดันไอน้ำมากกว่า ของที่ใช้ตามบ้านประมาณ 2-3 เท่าได้ โอ้ววววว
หลังจากนั้นก็ได้ไปล้างรถ(เช็ดมากกว่า) ดายหญ้า เก็บขยะ(เข่งใหญ่ๆ) ล้างสระ ได้มา 200 รูปี ณ บ้านคนรวยอีกหลังหนึ่ง
กลับไปรวมพลที่นัดหมาย ท่ามกลางสายฝน(รอบที่ 2) สรุปเงินที่หาได้ เล่ารายละเอียด รุ่นพี่เป็นคนสรุปข้อคิดและผลจากกิจกรรมนี้ให้ฟัง อันมีใจความสำคัญว่า
- ปัญหาต่างๆอาจเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ และเต็มไปด้้วยเงื่อนไขมากมาย ไม่ว่าเราจะพร้อมหรือไม่ก็ตาม แต่จงทำตัวและใจให้พร้อมรับ ยิ้มสู้ และใช้ปัญญาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ไปพร้อมกับเพื่อน หนักก็จะเป็นเบา และแก้ได้เอง
ผมกับเพื่อนผู้ชายช่วยเก็บโต๊ะเข้าห้องตามปรกติ ขณะเดียวกัน แม่สาวที่ผมต้องไปส่งก็ยืนส่งเสียงเร่งผมยิกๆ ว่าจะกลับบ้าน โดยที่ฝนก็ยังคงตกอยู่ แต่เบาลงแล้ว ปรกติ she ก็แบบนี้ทุกวัน เลิกเป็นชิ่ง เร่งผมยิกๆ ไม่ได้อย่างใจก็หายไปรอชั้นล่างนั่งฟังเพลงสบายใจ ไม่ช่วยงานใคร
ผมก็รีบช่วยงานให้เสร็จ แล้วไปส่งเธอ เพราะเข้าใจว่าเธอรีบจริง สามีและลูกคงจะรออยู่ที่บ้าน แต่ที่ไหนได้ ขี่รถยังไม่ถึงไหนเธอก็บอกให้แวะซื้อขนม ดูผ้า ซื้อกระดาษวาดเขียนไปทำงานส่งที่ college, etc. เป็นอย่างนี้ทุกวัน ขนมก็หมดตั้งแต่ร้านที่ 2 ที่แวะ และพอถึงหน้าตึก ก็ไม่เข้าบ้าน แวะบ้านเพื่อนข้างไปคุยต่ออีกนาน
ผมไม่ได้สอดรู้นะครับ แต่มีอยู่วันนึง เค้าบอกให้ผมรอก่อน(4 ทุ่มกว่า) ขอแวะคุยกับเพื่อนเดี๋ยวนึง กว่าจะออกมาได้ก็เกือบ 5 ทุ่ม แล้วก็บอกผมว่า พรุ่งนี้ เวลาเดิมนะ Good Night ........................ เจองี้ ปวดตับเลย พูดไม่ออก
ไม่เข้าใจว่าทำไม่แขกถึงมีนิสัยชอบให้คนอื่นรอนัก สัญญามักไม่ไม่สัญญา เช่น บอกว่าจะมาวันนี้ มันมาอีก 4 วันให้หลัง บอกว่าให้รอ 2 นาที = รอ 10 นาที บอกให้มาอีกทีตอนบ่าย = มาพรุ่งนี้ใหม่ เจ้าของร้านของชำขายของให้ลูกค้าแบบพร้อมๆกัน มาก่อนมาหลังไม่เกี่ยว มาหลังเสร็จก่อน มาก่อนเสร็จหลัง บ่อยไป ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของของที่จะซื้อ และอีกหลายๆอย่าง เยอะมาก เอาเป็นว่า คนไทยที่จะมาอยู่อินเดียแบบใช้ชีวิตอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่มาเที่ยว คงจะเกิดอาการ Culture Shock เหมือนกันหมด ผมชินแล้วครับ เรื่องแบบนี้ อยู่มาปีกว่า เกือบปีครึ่ง มันสอนอะไรได้หลายอย่าง ใครปล่อยวางไม่ได้ ก็หาความสุขไม่ได้ ใครปรับตัวไม่ได้ ก็อยู่ไม่ได้(กลับไทยกันไปเยอะแล้วครับ) มองคนให้มองอย่างเปิดใจ และใช้สติ ทุกคนล้วนมีขาวมีดำในตัวเองทั้งนั้น อยู่ที่เราจะเลือกมองเค้าแบบไหน
นอกเรื่องไปไกล กลับมาต่อ สรุปประกาศนียบัตรยังไม่ได้ต้องไปวันอาทิตย์หน้า(13/09/09)อีกรอบ ขอเล่าเลยแล้วกัน ผมไม่ได้ไป ผมติดเรียน อาจารย์นัดเพิ่ม และถึงไม่มีเรียนผมก็ไม่ไปแล้ว ผมเหนื่อย และมันเอาเวลาที่ผมสามารถทำอะไรที่เกิดประโยชน์ได้มากกว่านั้น 7 โมงเช้า ถึง บ่าย 3 โมง มากเกินไป มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ผมมาอินเดียก็เพื่อเรียน ผมไม่ได้บอกว่ากิจกรรมไม่ดี แต่หน้าที่หลักก็ต้องมาก่อน สรุปอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมอยู่บ้านซักผ้า ทำโปรเจ็ค อ่านหนังสือ โทรคุยกับพ่อแม่
สรุป(อีกที)
- กิจกรรมดี แต่เปลืองเวลามาก และแขกเป็นพวกไม่รักษาเวลาอย่างที่สุด อันนี้ผมไม่ชอบ
- โยคะดี แต่หลังจากที่คุณทำเป็นแล้ว ฝึกต่อที่บ้านก็ได้ครับ เว้นแต่อยากฝึกขั้นที่ยากขึ้น
- เรื่องหลายเรื่อง เรารู้ดีอยู่แล้ว อะไรดี อะไรไม่ดี ถึงไม่มีกิจกรรมนี้ ถ้าคุณเตือนตัวเองเสมอๆ ก็ไม่ต้องให้ใครมาบอกหรอกครับ กิจกรรมนี้เป็นแค่ตัวกระตุ้นเท่านั้น ดีชั่ว อยู่ที่ตัวทำครับ
ปล. เขียนไว้ตั้งแต่ 14/09/09 เพิ่งจะมาโพสเอา 07/10/09 ดองซะเ่่น่า